เตาอิวาเตะ

แนวทางเกษตรอินทรีย์และน้ำส้มควันไม้ที่ได้จากการเผาถ่านอิวาเตะ

แนวทางเกษตรอินทรีย์และน้ำส้มควันไม้ที่ได้จากการเผาถ่านจากเตาอิวาเตะ
— บทความดีๆขอเอามาแชร์เพื่อเป็นความรู้ครับ —
แนวคิดของการจัดตั้งโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์ ก็เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในการปฏิบัติจริงในแปลงนาตลอดฤดูการผลิต เป็นการทำแปลงนาในระบบวิจัย มีการแลกเปลี่ยนเพื่อหาความรู้ในการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพราะถึงแม้เกษตรในเครือข่ายจะปรับเปลี่ยนจากการใช้สารเคมีมาใช้ปุ๋ยชีวภาพแทน แต่พวกเขายังขาดความมั่นในในการผลิต ดังนั้น การทำโครงการนี้จะทำให้เกษตรกรได้ความรู้อย่างถูกต้องในการผลิตข้าวไร้สารพิษ?ก่อนจะทำโรงเรียนชาวนาได้ จะต้องอบรมแกนนำก่อนว่า แกนนำมีบทบาทอะไร มีหน้าที่อะไร ต้องคุยกับชาวบ้าน กระตุ้นชาวบ้านอย่างไร ผมพยายามกระจายความรู้ แนวคิดของชาวบ้านไปสู่ชุมชน เพราะเราได้แกนนำชาวบ้านมาประมาณ 80 คน เราต้องทำอะไรให้ได้เพิ่มขึ้น ให้ทุกคนมาเรียนรู้ร่วมกัน ที่สำคัญต้องเหมาะสมกับพวกเขา ก็ให้แกนนำแต่ละคนไปเริ่มต้นที่ที่ตั้งของตัวเอง ไปคุยไปตกลงกันเองว่า โรงเรียนชาวนาของพวกเขาจะเป็นอย่างไร ให้พวกเขาคิดกันเอง แรกๆ เราจะเหนื่อยหน่อย เพราะต้องไปทุกจุด ไปให้แนวคิด ไปร่วมทำกับเขา?ด้วยโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์แต่ละแห่ง ตั้งกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ จึงมีแนวคิดของการสร้างความเชื่อมโยงด้วยการทำ ‘แปลงนารวม’ เพื่อเป็นเวทีเรียนรู้ร่วมกันในเรื่องของการปรับปรุงพันธุ์ การประชาสัมพันธ์ผลงานกลุ่ม ทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพแกนนำไปในตัวโรงเรียนชาวนาแต่ละแห่ง เจ้าของแปลงนา ก็คือ ครูใหญ่ไปโดยปริยาย นักเรียน ก็คือ ชาวนาที่ทำนาอยู่รอบๆ โรงเรียนชาวนานั้นๆ ขณะที่แปลงนาทำหน้าที่เป็น ‘ตำรา’ รวมถึงเป็นพื้นที่ ‘ท้าพิสูจน์’ ด้วย โดยใช้เวทีพบปะพูดคุยซึ่งกำหนดไว้ 7 เวที เป็นเวทีสรุปผล?ให้ท้าพิสูจน์เปรียบเทียบกับแปลงนาที่ใช้ปุ๋ยเคมี โดยแปลงของเราใช้ปุ๋ยชีวภาพที่ผลิตกันเอง แล้วทำการเก็บตัวเลข โดยเวทีแรกตั้งแต่วันประชุมว่า จะปักดำวันไหน ปักดำนาต้องใช้ต้นกล้ากี่ต้น ระยะห่างเท่าไหร่ ให้เขาคุยกันเอง เวทีที่สองเขาจะต้องเตรียมอุปกรณ์ เช่น ปุ๋ย คน แล้วก็ทำแปลงเพาะกล้า เวทีที่สาม คือ ปักดำ เวทีที่สี่ คือ ช่วงข้าวแตกกอ เวทีที่ห้า ข้าวกำลังตั้งท้อง เวทีที่หกเป็นช่วงเก็บเกี่ยว เวทีที่เจ็ดเขาต้องเอาข้อมูลทั้งหมดมาสรุปเป็น 7 เวทีด้วยกัน?นี่คือ 7 เวทีของการทำงานวิจัยชาวบ้าน เป็นเวทีของการสร้างองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ที่สำคัญเป็นเวทีที่ฟื้นวัฒนธรรมเก่าๆ ของชุมชนขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งประเพณีการลงแขกถอนกล้า ดำนา และเกี่ยวข้าว?วันนี้ผมได้ยินเด็กคนหนึ่งพูดว่า พ่อแม่ผมทำนา แต่ผมไม่เคยทำนา วันนี้ผมได้ทำเป็นวันแรก การดึงเด็กให้เข้ามามีส่วนร่วมในโรงเรียนชาวนานั้น ผมอยากให้เด็กสมัยใหม่เข้าใจว่า กว่าจะได้ข้าวสักเม็ดมันเหนื่อยขนาดไหน เด็กบางคนไม่รู้จักต้นข้าว แต่กินข้าวทุกวัน มันไม่ใช่แล้ว ในฐานะที่เราเป็นเมืองเกษตร จะเป็นครัวของโลก เด็กไทยต้องรู้รายละเอียดให้มากกว่านี้?ยุทธนา ตั้งความหวังไว้อีกว่า การร่วมกิจกรรมแบบนี้ จะทำให้เด็กในโรงเรียน หรือเด็กที่กำลังโต ได้มีโอกาสเห็นว่าระบบเกษตรอินทรีย์เป็นอีกทางเลือกของการประกอบอาชีพได้ แล้วเขาจะไม่ละทิ้งอาชีพนี้ ไม่หนีห่างครอบครัวและชุมชนเหมือนที่เป็นเช่นปัจจุบันรวมพลังคนเอาถ่านหนึ่งในข้อแม้ของการทำโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์ ก็คือ ทุกโรงเรียนต้องไปทำ ‘เตาอิวาเตะ’ ของตัวเอง เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้เรียนรู้เรื่องพลังงานยั่งยืน เรื่องการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม การใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เหลือ?คุณอยากรู้เรื่องอะไร ผมเอาอาจารย์มาบอกวิธีทำให้คุณแล้ว ตอนเขาไปทำมันอาจจะไม่เหมือนต้นแบบ แต่เขาได้แนวคิด ได้วิธีการ ส่วนจะได้ออกมาอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาเอง?เตาเผาถ่านอิวาเตะ เป็นเตาเผาถ่านที่มีประสิทธิภาพสูง รูปทรงของเตาคล้ายๆ หยดน้ำ ด้วยรูปทรงและสัดส่วนที่เหมาะสม ส่งผลให้เวลาเผาถ่าน จะมีความร้อนและการไหลเวียนของอากาศภายในเตาสม่ำเสมอเตาอิวาเตะจัดอยู่ในประเภทเตาดินเหนียวเผา สร้างได้โดยใช้วัตถุดิบราคาถูกในท้องถิ่นแต่ได้ถ่านคุณภาพสูง

เตาอิวาเตะ

ต้นแบบของเตามาจากเมืองอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นเตาดั้งเดิมที่สุดแบบหนึ่ง เตาแบบนี้มีโครงสร้างถาวร และมีข้อได้เปรียบในเรื่องของการป้องกันและควบคุมกระบวนการคาร์บอนไนเซชันได้มากกว่า การผลิตในแต่ละครั้งจะได้ถ่านประมาณ 15 – 20 กระสอบป่าน และได้น้ำส้มควันไม้ประมาณ 120 – 180 ลิตร ต่อการเผา 1 ครั้งผลผลิตจากกระบวนการผลิตถ่านเมื่อไม้สลายตัวด้วยความร้อน จะให้ผลผลิตดังนี้ ถ่านไม้ ประมาณ 25%, ของเหลวที่กลั่นตัวได้ (Distilled Liquids) ประมาณ 50% และแก๊สที่กลั่นตัวไม่ได้ (Undistilled Gas) ประมาณ 25%น้ำส้มควันไม้ : คุณค่าจากธรรมชาติน้ำส้มควันไม้ (Wood Vinegar) เป็นของเหลวสีน้ำตาลใสที่ได้มาจากการควบแน่นของควันที่เกิดจากการเผาถ่าน ซึ่งจะเก็บในช่วงอุณหภูมิปล่องควันอยู่ระหว่าง 80-150 องศาเซลเซียส จากนั้นนำมาเก็บไว้ในภาชนะพลาสติก ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 3 เดือน เพื่อให้สารที่เป็นน้ำมันดินตกตะกอน เมื่อนำไปผ่านกระบวนการกรอง จะได้น้ำส้มควันไม้ที่มีคุณภาพ โดยมีคุณสมบัติเป็นสารประกอบที่มีฤทธิ์เป็นกรด และประกอบด้วยสารที่มีประโยชน์หลายชนิด น้ำส้มควันไม้จึงสามารถใช้ได้ทั้งการเป็นสารกำจัดศัตรูพืชในแปลงนา และกำจัดแมลงในครัวเรือนด้านเกษตร (ไม่เหมาะกับดินเปรี้ยว) ใช้กำจัดเชื้อราและไส้เดือนฝอยในดิน (ช่วงเตรียมแปลงเพาะปลูก) โดยใช้นำส้มควันไม้ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร หรือน้ำส้ม 20 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ปี๊บผสมน้ำฉีดพ่นทิ้งไว้ก่อนลงกล้าอย่างน้อย 15 วันกรณีต้องการเร่งใบ หรือใช้ป้องกันศัตรูพืชและแมลงทุกชนิด (ช่วงที่เป็นต้นกล้า) ก็ผสมน้ำส้ม 1/5 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร หรือน้ำส้ม 4 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ฉีดพ่นอาทิตย์ละครั้ง (7 วันต่อครั้ง ในช่วงที่พืชโต ก็ผสมน้ำส้ม 1/2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร หรือน้ำส้ม 10 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ฉีดพ่นอาทิตย์ละครั้ง เพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืชทั้งหลายสำหรับการใช้ในครัวเรือน นำน้ำส้ม 5 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 1 ลิตร ฉีดพ่น หรือราดทั่วบริเวณที่มีปลวกและแมลงสาบ หรือผสมน้ำส้ม 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 1 ลิตร ผสมน้ำถูพื้นบ้านเพื่อป้องกันและขับไล่มด, สัตว์เลื้อยคลานในบ้าน กรณีห้องน้ำ, บริเวณบ้าน, กรงสัตว์เลี้ยงมีกลิ่นอับใช้น้ำส้ม 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตรผสมน้ำฉีดพ่น หรือราดบริเวณที่ต้องการดับกลิ่น?เป้าหมายของโรงเรียนชาวนา คือ เรื่องสุขภาพของชาวนาเป็นหลัก เมื่อสุขภาพของเขา ของครอบครัวดีขึ้น ตัวเขา ครอบครัวเขา ชุมชนเขาได้กินอาหารปลอดภัย ความสุขก็ตามมา ไฮไลต์อยู่ตรงนี้ เรื่องต่อมาคือการลดต้นทุนการผลิต มันมาในตัวของมันเอง สุดท้ายก็จะเป็นเรื่องหนี้สิน ก็จะลดลงเองโดยอัตโนมัติ เมื่อคนมีความสุข ปัญหาอย่างอื่นจะลดทีละอย่าง? ยุทธนา สรุปให้เห็นเป้าหมายที่ชัดเจนของโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์ที่เขาร่วมปลุกปั้นมากับมือรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เสียงเย้าแหย่ระหว่างสมาชิกโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์ขณะลงแขกถอนกล้าและดำนา ตลอดจนแววตาที่แน่วแน่ คำถามที่เซ็งแซ่ ขณะวิทยากรกำลังให้ความรู้เรื่องเตาอิวาเตะและน้ำส้มควันไม้ บอกได้อย่างเด่นชัด เกษตรกรที่นี่กำลังสร้างทุน เพื่อพลิกฟื้นชีวิตให้สู่ความเป็นไทอีกครั้ง และอย่างยั่งยืน……………………………………………………………………………………………..

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com

เครือข่าย”อินแปง” กับงาน”วิสาหกิจชุมชน”

Source – เว็บไซต์มติชน (Th)

 

 

 

 

 

Leave a Reply