Category Archives: Biomass Info./machine

Biomass related information, system, know-how, machine

ทิศทางการเติบโตของภาคพลังงานไทยในอนาคต (อัพเดท 02-2560)

ทิศทางการเติบโตของภาคพลังงานไทยในอนาคต (อัพเดท 02-2560)
การกำหนดสัดส่วนพลังงาน (Energy Mix) ก็คงต้องมีอยู่เพราะว่าถ้าเราจะผลักดันเรื่องของพลังงานทดแทน ตัว Energy mix ก็คงต้องนำมาใช้ควบคู่กัน ถึงตอนนี้ Solar Farm จะได้รับความนิยมแต่ต้องไม่ลืมว่าพลังงานชีวมวล (Biomass) ก็ถือว่าเป็นหลักอยู่เพราะว่าเราเป็นประเทศเกษตรกรรมและยังเป็นตัวที่ช่วยสร้างสมดุล ในขณะที่ Solar หรือพลังงานแสงอาทิตย์ไม่ได้เกิดขึ้นทั้งวัน พลังงานลม (Wind) นี่ถือว่ายังมีแนวโน้มไม่ค่อยเท่าไหร่ พลังงานจากชีวมวลจึงเป็นตัวที่ช่วยสร้างสมดุลพวกนี้ เรื่องของเชื้อเพลิงชีวภาพ (Bio-Economy) โดยมุมมองของ Biomass ก็จะมีอีกมิติหนึ่งที่สอดคล้องกันนั่นคือเรื่่องของเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) กับชีวเคมี (Biochemical) สอดรับกับเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ การผลิตพลังงานจากชีวมวลโดยตรงก็ยังมีคำถามเรื่องต้นทุนอยู่ แต่ว่าถ้าเมื่อไหร่ที่เราสามารถที่จะทะลุในเรื่องของการผลิตชีวมวลเป็นพลังานได้แล้วนั้น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากพืช (Bio-product) หรือได้ชีวเคมีเกิดขึ้น ซึ่งพวกนี้มันก็จะมีค่าทางการค้าสูง สามารถที่จะเอามาใช้ในอุตสาหกรรมเคมีและอุตสาหกรรมอื่นๆได้

*จาก Thailand Asean”s Energy week 2017

Wood cut piece ไม้ตัด ทำแก๊ส
Wood cut piece ไม้ตัด ทำแก๊ส

ธุรกิจพลังงานทดแทน ชีวมวล พลังงานธรรมชาติ เชื้อเพลิงและเครื่องจักร ระบบการผลิต

ธุรกิจพลังงานทดแทน ชีวมวล พลังงานธรรมชาติ เชื้อเพลิงและเครื่องจักร ระบบการผลิต

พลังงานทดแทนในไทยอาจะแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1) พลังงานธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์ (solar cell) และพลังงานลม (wind energy)
2) พลังงานชีวภาพ เช่น ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ พลังงานจากขยะ เป็นต้น
3) เชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น เอทานอล และไบโอดีเซล

ถ้าหากถามว่าพลังงานทดแทนของไทยมีอะไรที่น่าลงทุนมากที่สุดสำหรับชาวต่างชาติก็ยังคงเป็นเซลล์แสงอาทิตย์หรือโซล่าเซลล์ ซึ่งสำหรับคนไทยสามารถลงทุนใน Solar Rooftop หรือติดตั้งบนหลังคา แต่ถ้าหาจะทำเป็นธุรกิจก็ควรมองไปที่ชีวมวลและพลังงานขยะ โดยถ้ามีทุนน้อยและต้องการทำกำไรระยะสั้นก็แนะนำให้ลองศึกษา เชื้อเพลิงอัดแท่งหรืออัดเม็ด (wood briquette, wood pellet) ซึ่งมีตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ศักยภาพด้านชีวมวลของไทยนั้นมีสูงมากโดยไทยมีชีวมวลที่ยังไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์กว่า 20 ล้านตันต่อปี แต่การรวบรวมชีวมวลนั้นมีต้นทุนที่สูงมากซึ่งเป็นปัญหาในด้านต้นทุน ทั้งนี้ wood pellet ในประเทศไทยหากได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐก็จะสามารถส่งออกได้ปีละไม่น้อยกว่า 5 ล้านตัน โดยราคาส่งออกขณะนี้ปรับขึ้นๆลงๆอยู่ที่ประมาณตันละ 150 เหรียญ US Dollar นอกจากนี้ wood pellets เกือบเป็นธุรกิจเดียวที่ไม่ต้องพึ่งพาการอุดหนุนด้านราคาจากภาครัฐแต่ก็ต้องทันเกมส์กับตลาดโลก

เครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง  –>   thaisumi company machines

วู๊ดพาเลท วู๊ดเพเลท ไทย
วู๊ดเพเลท  wood pellet

 

 

 

 

 

 

*ข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน

ไม้ยูคา ไม้โกงกาง ไม้ยางพารา ท่อนไม้

พ.ร.บ.สวนป่าฉบับใหม่ ตัดบัญชีแนบท้ายไม้เศรษฐกิจ ไม้ยางพารา ไม้ยูคา ไม้โกงกาง 2558

พ.ร.บ.สวนป่าฉบับใหม่ ตัดบัญชีแนบท้ายไม้เศรษฐกิจ ไม้ยางพารา ไม้ยูคา ไม้โกงกาง 2558

วันนี้ (5 ก.พ.2558) ที่รัฐสภา ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ พ.ร.บ.สวนป่า (ฉบับที่….) พ.ศ…. (แก้ไข พ.ร.บ.สวนป่า พ.ศ. 2535) ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระ 2 โดยมีสาระที่สำคัญ เรื่อง การนิยามคำว่า “สวนป่า” ซึ่งหมายความว่าที่ดินที่ได้ขึ้นทะเบียนเพื่อทำการปลูกและบำรุงรักษาต้นไม่ตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มและถอนรายชื่อต้นออกจากบัญชีแนบท้ายได้ โดยให้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา จากเดิมที่นำเข้าไปแต่ไม่สามารถนำออกได้ ทั้งนี้ ได้มีการตัดรายชื่อต้นไม้ที่อยู่ในบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.จำนวน 8 รายการ จากที่ ครม.เสนอเข้ามาจำนวน 66 รายการ เช่น ยางพารา มะฮอกกานี โกงกาง ยูคาลิปตัส กระถิน สนประดิพัทธ์ เสม็ด เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตเกษตรกรและเพื่อความเหมาะสม ส่วนผู้ที่ต้องการขึ้นทะเบียนตาม พ.ร.บ.สวนป่า เป็นไปตามด้วยความสมัครใจ โดยหากขึ้นทะเบียนแล้วก็จะได้รับสิทธิ์ต่างๆ โดยไม่ต้องเสียค่าทะเบียน

สำหรับโทษผู้ที่ฝ่าฝืนจากเดิมมีทั้งโทษอาญา ทั้งจำคุกและปรับ กรรมาธิการฯ เห็นว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นการส่งเสริม ดังนั้นควรจะให้มีบทลงโทษทางปกครองแทน โดยดูเรื่องเจตนาเป็นหลัก หากมีการละเมิดก็ใช้วิธีการตักเตือน และที่สุดคือการถอนการขึ้นทะเบียนสวนป่า โดยผู้ทำสวนป่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยไม่จัดทำบัญชีแสดงชนิดจำนวนไม้ที่ปลูกตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด กรรมาธิการได้ตัดโทษจำคุกออก เหลือเพียงโทษปรับ 10,000 บาท หรือหากทำบัญชีเป็นเท็จ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ส่วนกรณีความผิดจากการค้า มีไว้ในครอบครอง หรือนำไม้มาสวมตอ จะมีความผิดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ

ทั้งนี้ การปรับปรุงแก้ไขมาจาก พ.ร.บ.สวนป่า ปี 2535 ที่มีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสม และเป็นอุปสรรคต่อการสนับสนุน ส่งเสริมให้มีการปลูกสร้างสวนป่า รวมทั้งเป็นปัญหาอุปสรรคในการแปรรูปไม้ และการออกใบรับรองไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า และความไม่ชัดเจนของสถานะของสัตว์ป่าหรือของป่าในสวนป่า ดังนั้นสมควรต้องแก้ไขหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนสวนป่า และปรับปรุงมาตรการในการกำกับดูแลและแก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อเป็นมาตรการในการส่งเสริมและจูงใจให้มีการปลูกสร้างสวนป่า ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการพื้นที่ป่าไม้ของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และกำหนดบทนิยามของป่า จากเดิมที่สวนป่ามีแค่ 2 ชนิด แต่ของใหม่ได้เพิ่มขึ้นมาอีก 62 ชนิด เป็น 64 ชนิด และที่ผ่านมาความต้องการไม้เพิ่มมากขึ้น หลังจาก 25 ปีที่ปิดป่า และตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มพื้นป่าเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2567 จากเดิมที่มี 32 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังสอดคล้องกับการส่งเสริมการค้าไม้ต่างประเทศ ให้นำไม้ซึ่งมีที่มาที่ไปแปรรูปขายไปยังต่างประเทศ และสอดรับกับการจัดสรรที่ดินให้เอกชน ซึ่งบางพื้นที่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ก็ให้ทำเป็นรูปแบบสหกรณ์เพราะบางแปลงเหมาะกับการทำสวนป่า ทั้งนี้ยังมีข้อที่น่าเป็นห่วงและได้พยายามแก้ไขทั้งเรื่อง การจัดสรรที่ดิน การเปิดให้สามารถเคลื่อนย้ายไม้ได้ง่ายขึ้น หรือการอนุญาตให้ตั้งโรงเรื่อยไม้ในพื้นที่รายแปลงตามที่กำหนดเพื่ออำนวยความสะดวก

โดยหลังจากสมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวาง ในที่สุดที่ประชุมมีมติเห็นสมควรให้ประกาศใช้ พ.ร.บ.สวนป่าเป็นกฎหมายต่อไป ด้วยคะแนน 185 ต่อ 2 เสียง และ งดออกเสียง 5 เสียง

ด้าน พล.อ.ดนัย มีชูเวท ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สนช.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สวนป่า กล่าวว่า ตนอยากทำความเข้าใจกับเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ กล่าวคือ ให้ประชาชนลงทะเบียนสวนป่าตามสมัครใจ โดยจะได้รับสิทธิ์ครอบคลุมไม่เสียค่าขึ้นทะเบียน จะทำการตัด ทำไม้ หรือขอใบรับรองจากกรมป่าไม้แบบยั่งยืนได้ การแปรรูปไม้ นำไม้เคลื่อนที่ การหาของป่าโดยไม่เสียค่าบำรุงหรือค่าภาคหลวง ยืนยันว่าจะไม่กระทบกับคนทั่วไปหรือผู้ประกอบการรายย่อย เช่น ผู้ที่ทำสวนป่ารายย่อยที่ตัดต้นยางพาราไปส่งแค่โรงงาน หรือถ้านำออกไปในประเทศจีนไม่ต้องใช้ใบรับรองต้นกำเนิด แต่ถ้านำออกไปยุโรปต้องใช้ ฉะนั้นจะกระทบแต่กับผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายเท่านั้น

“โดยภาพรวมเราได้ทำ พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้มีความอ่อนตัวในทางปฏิบัติ เช่น บางคนทำบัญชีจำนวนไม้ผิดพลาด เดิมโทษมีทั้งทางอาญาจำคุก และโทษปรับ แต่เราเห็นว่าแก้ไข พ.ร.บ.นี้เพื่อส่งเสริม จึงต้องดูระดับว่าควรทำอย่างไร จึงได้ใช้โทษทางปกครอง คือหากทำบัญชีผิดจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม จะถูกเจ้าหน้าที่ตักเตือนก่อน แต่ถ้ายังแสดงเจตนาไม่แก้ไข ก็จะมีโทษทางปกครองคือถอนทะเบียนออกไปและไม่ให้ขึ้นทะเบียนสวนป่า ซึ่งจะต้องกลับไปเข้า พ.ร.บ.ป่าไม้ ป่าสงวนเช่นเดิมจะไม่ได้รับสิทธิในการเคลื่อนที่ไม้ การตั้งสถานที่แปรรูปไม้ การเก็บของป่าจะต้องมีการเสียภาคหลวง โดยจะเป็นการปรับดีกรีบทลงโทษให้ลดลง เว้นเรื่องโทษเกี่ยวกับการแปรรูปไม้ที่ไปเอาไม้จากที่อื่นมาสวมตอ หรือแปรรูปก็ยังคงโทษไว้ตาม พ.ร.บ.เดิม หากในอนาคตทุกคนพร้อมและอยากจะเข้าร่วมก็จะมีการปรับปรุงกฎหมาย เพราะมีการเปิดทางให้เพิ่มเติมชื่อไม้ โดยเสนอความต้องการมาตามขั้นตอนเช่นทำประชาพิจารณ์เสนอผ่านกรมป่าไม้เพ่อส่งมายัง ครม. และพิจารณาให้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา รวมถึงหากเห็นควรให้ถอนชื่อต้นไม้ออกจากบัญชีท้ายได้ด้วยเช่นกัน” พล.อ.ดนัยกล่าว

ไม้ยูคา ไม้โกงกาง ไม้ยางพารา ท่อนไม้
ไม้ยูคา ไม้โกงกาง ไม้ยางพารา ท่อนไม้

**อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์วันที่ 05/02/2558

 

 

รูปหญ้าเนเปีย

ผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ร้องรัฐหลังถูกลอยแพ

เกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ ศรีสะเกษ ร้องพลังงานช่วย หลังถูกล้มโครงการโรงไฟฟ้าลอยแพเกษตรกร

เกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ศรีสะเกษ ร้องพลังงานช่วย หลังกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเปลี่ยนนโยบายสนับสนุน และทางยูเอซี เอ็นเนอร์ยี่ ล้มโครงการโรงไฟฟ้าลอยแพเกษตรกร

นายจำเนียร นนทะวงษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจแนวคิดใหม่ในอาเซียน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยหลังการเข้าร้องเรียนปัญหาต่อนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ซึ่งได้ให้ตัวแทนจากศูนย์ดำรงธรรม ประจำกระทรวงพลังงาน รับเรื่องแทน ว่า กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ 14 ครัวเรือนที่ ลงทุนปลูกหญ้าเนเปียร์จำนวน 74 ไร่ ตั้งแต่เดือนก.พ. 2557 ได้รับความเดือดร้อนจากการยกเลิกโครงการนำร่องการผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ตามนโยบายของรัฐบาล

จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้ตัดหรือขายให้วัตถุดิบได้ เนื่องจากทางบริษัท ยูเอซี เอ็นเนอยี่ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) ได้ยกเลิกการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 1.5 เมกะวัตต์ เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านทางเงินตามข้อตกลงจากภาครัฐ

หญ้าเนเปียร์ที่มีการเพาะปลูกดังกล่าว ทางบริษัทให้ชาวบ้านปลูกเพื่อที่จะใช้เป็นท่อนพันธุ์ เพื่อขยายในพื้นที่ที่เตรียมไว้ เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับโรงไฟฟ้าประมาณ 900 ไร่ โดยชาวบ้านหวังว่าจะมีรายได้จากการตัดขายหญ้าเนเปียร์ทุกๆ 3 เดือน บริษัทไม่ได้สร้างโรงไฟฟ้าตามสัญญา ก็สร้างความเสียหายแถมยังเสียโอกาสที่จะนำพื้นที่ไปทำประโยชน์ด้านอื่น จึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากปลัดกระทรวงพลังงาน จากที่ก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน แล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า “ นายจำเนียรกล่าว

สำหรับทางออกของปัญหานั้น ทางวิสาหกิจชุมชนต้องการที่จะเป็นผู้ลงทุนเอง เนื่องจากทางที่ปรึกษาทั้งจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองว่าการนำก๊าซชีวภาพ ที่หมักจากหญ้าเนเปียร์มาผลิตเป็นไฟฟ้า ที่ได้รับเงินสนับสนุนในส่วนฟีดอินทารีฟ ในอัตรา 5.38บาทต่อหน่วยนั้น มีความคุ้มค่าต่อการลงทุน แต่ติดปัญหาตรงที่ไม่สามารถที่จะกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ เพราะต้องใช้วงเงินลงทุนสูงถึง 80 ล้านบาทสำหรับการผลิตไฟฟ้าขนาด 1 เมกะวัตต์

“หากกระทรวงพลังงาน เข้ามาให้ความช่วยเหลือเชื่อว่าสถาบันการเงิน น่าจะมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะชาวบ้านไม่ทราบว่าจะกู้เงินมากๆ เพื่อลงทุนโรงไฟฟ้าได้อย่างไร ก่อนหน้านี้เรามีความหวังจากนโยบายรัฐส่งเสริมให้ปลูกหญ้าเนเปียร์ แต่เมื่อเปลี่ยนนโยบาย เอกชนล้มโครงการ กลับกลายเป็นเกษตรกรที่ถูกลอยแพและขาดรายได้มากว่า 1 ปีแล้ว” นายจำเนียร กล่าว

รูปหญ้าเนเปีย
รูปหญ้าเนเปีย

 

 

 

 

 

 

**ข้อมูลจากเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 18/01/2558

 

รูปหญ้าเนเปีย

ผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ร้องรัฐหลังถูกลอยแพ

เกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ ศรีสะเกษ ร้องพลังงานช่วย หลังถูกล้มโครงการโรงไฟฟ้าลอยแพเกษตรกร

เกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ศรีสะเกษ ร้องพลังงานช่วย หลังกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเปลี่ยนนโยบายสนับสนุน และทางยูเอซี เอ็นเนอร์ยี่ ล้มโครงการโรงไฟฟ้าลอยแพเกษตรกร

นายจำเนียร นนทะวงษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจแนวคิดใหม่ในอาเซียน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยหลังการเข้าร้องเรียนปัญหาต่อนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ซึ่งได้ให้ตัวแทนจากศูนย์ดำรงธรรม ประจำกระทรวงพลังงาน รับเรื่องแทน ว่า กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ 14 ครัวเรือนที่ ลงทุนปลูกหญ้าเนเปียร์จำนวน 74 ไร่ ตั้งแต่เดือนก.พ. 2557 ได้รับความเดือดร้อนจากการยกเลิกโครงการนำร่องการผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ตามนโยบายของรัฐบาล

จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้ตัดหรือขายให้วัตถุดิบได้ เนื่องจากทางบริษัท ยูเอซี เอ็นเนอยี่ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) ได้ยกเลิกการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 1.5 เมกะวัตต์ เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านทางเงินตามข้อตกลงจากภาครัฐ

หญ้าเนเปียร์ที่มีการเพาะปลูกดังกล่าว ทางบริษัทให้ชาวบ้านปลูกเพื่อที่จะใช้เป็นท่อนพันธุ์ เพื่อขยายในพื้นที่ที่เตรียมไว้ เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับโรงไฟฟ้าประมาณ 900 ไร่ โดยชาวบ้านหวังว่าจะมีรายได้จากการตัดขายหญ้าเนเปียร์ทุกๆ 3 เดือน บริษัทไม่ได้สร้างโรงไฟฟ้าตามสัญญา ก็สร้างความเสียหายแถมยังเสียโอกาสที่จะนำพื้นที่ไปทำประโยชน์ด้านอื่น จึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากปลัดกระทรวงพลังงาน จากที่ก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน แล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า “ นายจำเนียรกล่าว

สำหรับทางออกของปัญหานั้น ทางวิสาหกิจชุมชนต้องการที่จะเป็นผู้ลงทุนเอง เนื่องจากทางที่ปรึกษาทั้งจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองว่าการนำก๊าซชีวภาพ ที่หมักจากหญ้าเนเปียร์มาผลิตเป็นไฟฟ้า ที่ได้รับเงินสนับสนุนในส่วนฟีดอินทารีฟ ในอัตรา 5.38บาทต่อหน่วยนั้น มีความคุ้มค่าต่อการลงทุน แต่ติดปัญหาตรงที่ไม่สามารถที่จะกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ เพราะต้องใช้วงเงินลงทุนสูงถึง 80 ล้านบาทสำหรับการผลิตไฟฟ้าขนาด 1 เมกะวัตต์

“หากกระทรวงพลังงาน เข้ามาให้ความช่วยเหลือเชื่อว่าสถาบันการเงิน น่าจะมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะชาวบ้านไม่ทราบว่าจะกู้เงินมากๆ เพื่อลงทุนโรงไฟฟ้าได้อย่างไร ก่อนหน้านี้เรามีความหวังจากนโยบายรัฐส่งเสริมให้ปลูกหญ้าเนเปียร์ แต่เมื่อเปลี่ยนนโยบาย เอกชนล้มโครงการ กลับกลายเป็นเกษตรกรที่ถูกลอยแพและขาดรายได้มากว่า 1 ปีแล้ว” นายจำเนียร กล่าว

รูปหญ้าเนเปีย
รูปหญ้าเนเปีย

 

 

 

 

 

 

**ข้อมูลจากเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 18/01/2558

 

ปริมาณพลังงานของเชื้อเพลิง - ค่าความร้อนสุทธิ

ปริมาณพลังงานของเชื้อเพลิง – ค่าความร้อนสุทธิ ของเชื้อเพลิงต่างๆ (กระทรวงพลังงาน)

ปริมาณพลังงานของเชื้อเพลิง – ค่าความร้อนสุทธิ ของเชื้อเพลิงต่างๆ (ข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน)

ปริมาณพลังงานของเชื้อเพลิง - ค่าความร้อนสุทธิ
ปริมาณพลังงานของเชื้อเพลิง – ค่าความร้อนสุทธิ
Wood cut piece ไม้ตัด ทำแก๊ส

โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการนำวัสดุเหลือใช้และกากของเสียมาใช้ประโยชน์

โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการนำวัสดุเหลือใช้เศษไม้และกากของเสียมาใช้ประโยชน์

เชื้อเพลิงจากเศษไม้
การแปรรูปเศษไม้ไม่ใช้แล้วให้เป็นพลังงานทดแทน เป็นวิธีหนึ่งในการนำเศษไม้ไม่ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ โดยปกติการนำชีวมวลไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงานทดแทนสามารถทำได้สองแนวทางคือ

1. โดยกระบวนการทางชีวภาพ
2. โดยกระบวนการด้านความร้อน พบว่า เศษไม้จากโรงงานแปรรูปไม้และผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้มีข้อจำกัดทางองค์ประกอบทางกายภาพและเคมี ประกอบด้วยโมเลกุลของ คาร์บอน ไฮโดรเจน และธาตุต่างๆ ไม่เหมาะสมสำหรับกระบวนการแปรรูปพลังงานด้วยการใช้กระบวนการทางชีวภาพ ดังนั้น การนำเศษไม้ไม่ใช้แล้วจากโรงงานแปรรูปไม้และผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้ไปใช้ประโยชน์ในด้านการแปรรูปเป็นพลังงาน จะใช้กระบวนการแปรรูปทางความร้อนเป็นหลัก เช่น เทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชั่น

ที่มาและองค์ประกอบของเศษไม้

เศษไม้อาจจะมีที่มาได้หลากหลาย ในที่นี้จะเน้นที่เศษไม้เหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม เช่นโรงงานเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือน และอุปกรณ์ที่ทำจากไม้ชิ้นต่างๆ
ลักษณะที่สำคัญของเศษไม้ที่ควรคำนึงในการนำไปเผาในเตาแก๊สซิฟายเออร์ มีดังนี้

ความชื้น (% นํ้าหนักเปียก) :  12 (สูงสุดไม่เกิน 25)
เถ้า (% นํ้าหนักแห้ง) :  0.5 (สูงสุดไม่เกิน 6)
ขนาด (เซนติเมตร) :  2-10

หลักการเตรียมชีวมวลให้เหมาะสมสำหรับเตาแก๊สซิฟายเออร์
 การลดขนาด: การบดหรือสับเพื่อให้ชีวมวลได้ขนาดตามต้องการ เช่น ไม้ฟืน
 การอัดแท่งหรืออัดก้อนชีวมวล: ใช้สำหรับกรณีที่ชีวมวลมีความหนาแน่นตํ่า เช่น ขี้เลื่อย ชานอ้อย ฟางข้าว ตะกอนสลัดจ์ เป็นต้น
 การทำให้แห้งหรือการลดความชื้น: เพื่อให้ชีวมวลมีค่าความชื้นอยู่ในระดับเหมาะสมต่อการใช้งาน โดยทั่วไปค่าความชื้นที่เหมาะสมควรมีค่าความชื้นไม่เกินร้อยละ 20-30
 การคัดแยกสิ่งเจือปน: การคัดแยกเศษหิน ดิน ทราย ที่ปะปนมากับวัสดุทางการเกษตร
Wood cut piece ไม้ตัด ทำแก๊ส

Wood cut piece ไม้ตัด ทำแก๊ส ชีวมวล แก๊สซิไฟเออร์

 

**ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ของกระทรวงพลังงาน

รูปตู้คอนโทรล

การคำนวณการใช้พลังงานในหน่วย เมกะจูล/ปี หรือ MJ/ปี

การคำนวณการใช้พลังงานในหน่วย เมกะจูล/ปี หรือ MJ/ปี

  1. การคำนวณการใช้ไฟฟ้า

Ep = Ec x 3.6

โดยที่

Ep หมายถึง ปริมาณพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่า หน่วยเป็น เมกะจูล/ปี

Ec หมายถึง ปริมาณการใช้ไฟฟ้า หน่วยเป็น กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)

  1. คำนวณปริมาณความร้อนจากไอน้ำเป็นพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่า

Es = (hs – hw) x S x eff.

โดยที่

Es หมายถึง ปริมาณความร้อนจากไอน้ำเป็นพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่า หน่วยเป็น เมกะจูล/ปี

hs หมายถึง ค่า Enthalpy ของไอน้ำที่ใช้ หน่วยเป็น เมกะจูล/ตัน จากตารางไอน้ำ (steam table) ทั่วไป

hw หมายถึง ค่า Enthalpy ของน้ำที่อุณหภูมิ ๒๗ องศาเซลเซียส และความดันหนึ่งบรรยากาศในที่นี้ให้ใช้ค่าเท่ากับ ๑๑๓ เมกะจูล/ตัน

S หมายถึง ปริมาณไอน้ำที่ใช้ หน่วยเป็นตัน/ปี ดูจากเครื่องวัดปริมาณไอน้ำของอาคารหรือโรงงาน

eff. หมายถึง ประสิทธิภาพการเปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่า ในที่นี้ใช้ค่า ๐.๔๕

  1. คำนวณปริมาณความร้อนจากพลังงานสิ้นเปลืองอื่นเป็นพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่า

Ef = F x HHV x eff.

โดยที่

Ef            หมายถึง ปริมาณความร้อนจากพลังงานสิ้นเปลืองอื่นเป็นพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่าหน่วยเป็น เมกะจูล/ปี

F             หมายถึง ปริมาณการใช้พลังงานสิ้นเปลือง หน่วยเป็น หน่วยน้ำหนักหรือปริมาตรต่อปี

HHV       หมายถึง ค่าความร้อนสูง (higher heating value) ของพลังงานสิ้นเปลืองที่ใช้หน่วยเป็น เมกะจูล/หน่วยน้ำหนัก หรือปริมาตร

eff.          หมายถึง ประสิทธิภาพการเปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่าในที่นี้ใช้ค่า ๐.๔๕

ในกรณีที่ไม่มีค่าความร้อนสูงจากผู้จำหน่าย ให้ใช้ความร้อนเฉลี่ยที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานกำหนด

**ข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน

เครื่องอัดถ่าน เครื่องยนต์

ขาย เครื่องอัดถ่าน ระบบ เครื่องยนต์ ดีเซล เบนซิน – ถ่านอัดแท่ง

ขาย เครื่องอัดถ่าน ระบบ เครื่องยนต์ ดีเซล เบนซิน สำหรับ ทำถ่านอัดแท่ง

เครื่องอัดถ่านระบบเครื่องยนต์ผลิตถ่านอัดแท่ง ผลิตได้มากกว่า 200-300 กิโลกรัมต่อชั่วโมง
ดูแลรักษาง่าย เคลื่อนย้ายง่าย สำหรับที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ สามารถสตาร์ทด้วยมือหรือสตาร์ทด้วยแบตเตอรี่ได้ทั้ง 2 ระบบ อัดถ่านได้หลายหลายชนิด

ติดต่อเรา คลิ๊กที่นี่!!
www.thaisumi.com

ศักยภาพชีวมวลในประเทศไทย

ศักยภาพชีวมวลในประเทศไทย ปี 2556

การใช้ศักยภาพชีวมวลในประเทศไทย – ปี 2556 (Biomass potential in Thailand 2013)

แผนที่แสดงศักยภาพชีวมวลในประเทศไทย 2556 นี้จัดทำขึ้นโดยกระทรวงพลังงาน (กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน)

ศักยภาพชีวมวลในประเทศไทย
ศักยภาพชีวมวลในประเทศไทย

Thai Sumi Information Center
Related videos (youtube) links

รูปการใช้พลังงานชีวมวลในประเทศไทย

การใช้พลังงานความร้อนจากชีวมวลในประเทศไทย – ปี 2556 (Heat consumption from biomass in Thailand 2013)

การใช้พลังงานความร้อนจากชีวมวลในประเทศไทย – ปี 2556 (Heat consumption from biomass in Thailand 2013)

แผนที่แสดงการใช้พลังงานความร้อนจากชีวมวลในประเทศไทย 2556 นี้จัดทำขึ้นโดยกระทรวงพลังงาน (กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน)

รูปการใช้พลังงานชีวมวลในประเทศไทย
รูปการใช้พลังงานชีวมวลในประเทศไทย

Thai Sumi Information Center
Related videos (youtube) links

wood pellet thai sumi

อัพเดทราคาชีวมวล (06/2014) – Biomass price update (June 2014)

อัพเดทราคาชีวมวล (06/2014) – Biomass price update (June 2014)

ราคาโดยประมาณของชีวมวลในเขตกรุงเทพและปริมณฑล (ราคาส่งถึงโรงงานลูกค้าแล้ว)

วูดชิพ (ไม้ยางเป็นหลัก) – Wood chips (40-45% moisture content)  =  1,500-1,800 บาทต่อตัน (Baht/MT)

กะลาปาล์ม – Palm shell (20-28% moisture content) = 2,800-3,200 บาทต่อตัน

ขี้เลื่อยอัดเม็ด/ชีวมวลอัดเม็ด (3,800-4,200 kcal/kg, 10-12% moisture content) = 3,800-4,500 บาทต่อตัน

ขี้เลื่อย (moisture content 40-45%) = 1,500-1,800 บาทต่อตัน

ขี้กบ (moisture content about 15%) = 1,400-1,800 บาทต่อตัน

อัพเดท ณ ต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ.2557 (June 2014)

www.thaisumi.com
Thai Sumi Youtube Channel

wood pellet thai sumi
wood pellet thai sumi
ขี้เลื่อยอัดแท่ง -ถ่าน - โรงงาน

sawdust briquette factory and machine

Sawdust briquette factory and machine by Thai Sumi company

Sawdust briquette machine unit comprises sieving machine rotary, dryer, conveyor, feeder, briquette machine (extruder) and kiln (in case to produce charcoal). Raw materials can be sawdust, rice husk, other grain size biomass, etc. For more information, please visit our website below.

www.thaisumi.com

 

เครื่องอัดเชื้อเพลิงชีวมวล – Thai Sumi Company

เครื่องอัดเชื้อเพลิงชีวมวล – Thai Sumi Company

สามารถอัดเชื้อเพลิงได้หลายหลายประเภท มีเครื่องหลายชนิดและหลายขนาดเพื่อให้เหมาะสมกับวัตถุดิบและความต้องการ
ข้างล่างนี้เป็นตัวอย่างวีดีโอการอัดก้อนเชื้อเพลิงชีวมวลจากใบวัชพืช

กรุณาติดต่อบริษัทถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติม  <– CLICK!!

วีดีโอข้างล่างนี้เป็นกากอาหารจากโรงงานนำมาอัดเป็นก้อนเชื้อเพลิง

โดยปกติหลังจากการอัดจะต้องนำก้อนเชื้อเพลิงที่ได้ไปอบแห้งลดความชื้นอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้คงตัว โดยปกติจะให้มีความชื้นอยู่ที่ไม่เกิน 15%

Sugarcane leaves pellet making by 10 HP pelletizer by Thai Sumi Company

Sugarcane leaves pellet making by 10 HP pelletizer by Thai Sumi Company
Sugarcane leaves bulk density is very low (150-170 kg/m3). Thus the capacity of the machine becomes low too (about 60-80 kg/hr only). But the pellet produced is good.
ใบอ้อยอัดเม็ดครับ
http://www.thaisumi.com
blog.thaisumi.com

http://www.thaisumi.com
blog.thaisumi.com

 

ตอไม้ยางพารา

เชื้อเพลิงจากตอไม้ยางพารา – มูลค่าที่มองข้ามไม่ได้

เชื้อเพลิงจากตอไม้ยางพารา – มูลค่าที่มองข้ามไม่ได้

เดิมต้นยางพาราที่ถูกโค่นมักจะถูกแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ แต่ตอไม้ยางมักจะไม่ถูกนำมาใช้งานเนื่องจากต้นทุนในการขุดยังมีสูงและราคาขายยังต่ำมากอยู่

แต่เนื่องจากปัจจุบันเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นมากทำให้ตอไม้ยางมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น การนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงจึงมีความน่าสนใจและเป็นไปได้มากขึ้นโดยราคาอาจจะสูงถึงตันละ 1,000 กว่าบาท

โรงงานที่รับซื้อตอไม้ยางพาราเพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงโดยตรงหรือแปรรูปก่อนก็มี เช่น โรงงานชีวมวลและแปรรูปชีวมวลให้เป็นเชื้อเพลิงที่มีขนาดเหมาะสำหรับเตาเผา โรงไฟฟ้าชีวมวล โรงรมยาง โรงงานที่มีใช้ไอน้ำ เป็นต้น เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงจากตอไม้ยางพารามีราคาถูกกว่าแก๊สและน้ำมัน

ไม้ยางพารา ตอไม้ยางพารา

 

plm kernell shell กะลาปาล์ม

พลังงานหมุนเวียนประเภทต่างๆ (1)

พลังงานหมุนเวียนประเภทต่างๆ (1)

การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล หรือ Biomass

เป็นการผลิตไฟฟ้าโดยใช้เศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรหรือกากจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมการเกษตร เช่น แกลบ ชานอ้อย ฟางข้าว เศษไม้ ซังข้าวโพด กะลามะพร้าว เป็นต้น โดยนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผาไหม้และนำความร้อนที่ได้ไปผลิตไฟฟ้า

ข้อดี  คือ สามารถใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลดปัญหามลภาวะที่เกิดจากการเผากลางแจ้ง

ข้อเสีย คือ วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมีปริมาณไม่แน่นอน การบริหารจัดการเชื้อเพลิงทำได้ยาก ราคาชีวมวลมีแนวโน้มสูงขึ้นตามความต้องการใช้

**จากวารสารประกันสังคม เดือนตุลาคม 2556 โดยคุณภานุ ดวงภานุมาส

plm kernell shell กะลาปาล์ม

 

 

 

หญ้าเนเปีย รูปหญ้า เนเปีย เลี้ยงช้าง พลังงาน napier grass

ผลิตไฟจากหญ้าเนเปียร์ไม่คุ้ม ก.พลังงานสั่งทบทวนค่าไฟพลังงานทดแทน

ผลิตไฟจากหญ้าเนเปียร์ไม่คุ้ม ก.พลังงานสั่งทบทวนค่าไฟพลังงานทดแทน

กระทรวงพลังงานสั่งทบทวนค่าไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งระบบปรับเป็น Feed in Tariff ที่ให้แยกเป็น 4 ระดับ โดยกำลังการผลิตต่ำจะได้รับค่าไฟมากขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนสามารถผลิตได้เนื่องจากมีต้นทุนสูง ยอมรับ “หญ้าเนเปียร์” ไม่คืบ เหตุพบการรับซื้อหญ้าราคา 300 บาทต่อตันไม่คุ้มการผลิต เหตุค่าปุ่ย ค่าแรงแพงมากทำให้คนไม่ปลูก
 

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานสัมมนาวิชาการนานาชาติ เรื่องนวัตกรรมก๊าซชีวมวล ว่า ขณะนี้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายแผนและพลังงาน (สนพ.) ทบทวนค่าไฟฟ้าส่งเสริมพลังงานทดแทนทั้งระบบ โดยให้ปรับเป็นค่าสนับสนุนเงินตามการลงทุนที่แท้จริง (feed in tariff) ทดแทนระบบค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่ม (Adder) โดยมีเป้าหมายคือ ผลตอบแทนการลงทุนไม่เกิน 12% และไม่ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าฐานมากเกินไป

สำหรับ Feed in Tariff ที่ปรับใหม่ ค่าไฟฟ้าที่ปรับเป็น 4 อัตราให้โรงเล็กได้ค่าไฟฟ้าสูงและโรงใหญ่ได้ค่าไฟฟ้าต่ำกว่า แบ่งออกเป็น 1. โรงไฟฟ้าขนาดไม่เกิน 0.3 เมกะวัตต์ 2. ขนาด 0.3-1 เมกะวัตต์ 3. ขนาด 1-3 เมกะวัตต์ และ 4. ขนาด 3-10 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าการศึกษาจะเสร็จสิ้นโดยเร็ว และให้นำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช.ในเดือนธันวาคมนี้ พร้อมๆ กับเรื่องขยายการรับซื้อไฟฟ้าจากหลังคา หรือโซลาร์รูฟท็อป และการปรับปรุงแผนพัฒนากำลังไฟฟ้า หรือพีดีพีฉบับใหม่

“การปรับปรุงเป็น 4 ระดับ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนระดับเล็กๆ มาร่วมลงทุนได้มากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาค่าสนับสนุนราคาเดียวไม่จูงใจ” รมว.พลังงานกล่าว

ทั้งนี้ ในส่วนของการผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ เอกชนได้ร้องเรียนว่า การคำนวณค่าไฟฟ้าของ สนพ.อาจผิดพลาดที่ให้อัตรา feed in tariff 4.50 บาท/หน่วย 20 ปี บนพื้นฐานค่ารับซื้อหญ้า 300 บาท/ตัน เป็นอัตราที่ไม่ถูกต้องเพราะต้นทุนสูงกว่านี้บางแห่งมากกว่า 600 บาท/ตัน เพราะต้องมีค่าแรงงาน ค่าปุ๋ยถึง 4,000 บาทต่อตัน ทำให้เกษตรกรไม่สนใจปลูกหญ้ามากนัก

“ที่ผ่านมามีการให้ผู้สนใจเสนอโครงการผลิตไฟจากหญ้าเนเปียร์มารวม 6 เดือนแล้วมีผู้สนใจมากแต่ผู้ประกอบการก็ไม่อยากตั้งโรงงานเพราะร้องเรียนว่าค่าไฟต่ำเกินไป ซึ่งตอนนั้นก็มีการคิดค่าไฟบนพื้นฐานที่ราคาหญ้าเนเปียร์ 300 บาทต่อตันแต่ของจริงไม่มีใครอยากปลูกหญ้าเนเปียร์เพราะถ้าขาย 300 บาทต่อตันไม่คุ้ม เฉพาะค่าปุ๋ยก็ตันละ 4,000 บาทแล้วก็มีปัญหาทำให้ไม่มีใครอยากผลิตไฟถ้าจะผลิตก็ต้องเพิ่มค่าไฟให้อีก อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ไปศึกษาวิธีการเพิ่มผลผลิตหญ้าเนเปียร์ต่อไร่ให้มากขึ้นประกอบด้วย” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

เคยโพสท์ไว้แล้วตามนี้
http://blog.thaisumi.com/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C/

อ้างอิงจากเว็บ manager.co.th วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556

หญ้าเนเปีย รูปหญ้า เนเปีย เลี้ยงช้าง พลังงาน napier grass
หญ้าเนเปีย รูปหญ้า เนเปีย เลี้ยงช้าง พลังงาน napier grass
น้ำส้มควันไม้

น้ำส้มควันไม้ (Wood Vinegar) – คุณค่าจากธรรมชาติ

น้ำส้มควันไม้ (Wood Vinegar) – คุณค่าจากธรรมชาติ

น้ำส้มควันไม้ หรือ Wood Vinegar นั้นเป็นของเหลวสีน้ำตาลใส ได้มาจากการควบแน่นของควันที่เกิดระหว่างการเผาถ่านซึ่งจะเก็บในช่วงอุณหภูมิปล่องควันอยู่ระหว่าง 80-150 องศาเซลเซียส

หลังจากนั้นนำมาตั้งทิ้งไว้ประมาณ 3 เดือน เพื่อให้สารที่เป็นน้ำมันดินตกตะกอน เมื่อนำไปผ่านกระบวนการกรองก็จะได้น้ำส้มควันไม้ที่มีคุณภาพโดยมีคุณสมบัติเป็นสารประกอบที่มีฤทธิ์เป็นกรดและประกอบด้วยสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ที่มีประโยชน์มากมายหลายชนิด คุณภาพของน้ำส้มควันไม้ขึ้นกับชนิดของไม้ที่นำมาเผาเป็นถ่านและกระบวนการเก็บน้ำส้มควันไม้ที่ถูกต้อง

น้ำส้มควันไม้จึงสามารถใช้ได้ทั้งการเป็นสารกำจัดศัตรูพืชในแปลงนา และกำจัดแมลงในครัวเรือนด้านเกษตร (ไม่เหมาะกับดินเปรี้ยว) ใช้กำจัดเชื้อราและไส้เดือนฝอยในดินช่วงเตรียมแปลงเพาะปลูก

การใช้งานให้ใช้นำส้มควันไม้ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร หรือน้ำส้ม 20 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ปี๊บผสมน้ำฉีดพ่นทิ้งไว้ก่อนลงกล้าอย่างน้อย 15 วันกรณีต้องการเร่งใบ หรือใช้ป้องกันศัตรูพืชและแมลงทุกชนิด (ช่วงที่เป็นต้นกล้า) ก็ผสมน้ำส้ม 1/5 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร หรือน้ำส้ม 4 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ฉีดพ่นอาทิตย์ละครั้ง (7 วันต่อครั้ง ในช่วงที่พืชโต ก็ผสมน้ำส้ม 1/2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร หรือน้ำส้ม 10 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ฉีดพ่นอาทิตย์ละครั้ง เพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืชทั้งหลายสำหรับการใช้ในครัวเรือน นำน้ำส้ม 5 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 1 ลิตร ฉีดพ่น หรือราดทั่วบริเวณที่มีปลวกและแมลงสาบ หรือผสมน้ำส้ม 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 1 ลิตร ผสมน้ำถูพื้นบ้านเพื่อป้องกันและขับไล่มด, สัตว์เลื้อยคลานในบ้าน กรณีห้องน้ำ, บริเวณบ้าน, กรงสัตว์เลี้ยงมีกลิ่นอับใช้น้ำส้ม 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตรผสมน้ำฉีดพ่น หรือราดบริเวณที่ต้องการดับกลิ่น

น้ำส้มควันไม้

เตาอิวาเตะ

 

Olive husk waste

Olive waste briquetting information (part #2)

Olive waste briquetting information (part #2)

Question : 

How much olive stones would you need ideally? I also have this other question:

Is it possible to make briquettes or logs like yours WITHOUT any binder. I am talking in general here (not especially about the olive stones).

I am asking this question because I met a potential “competitor” that bought material (from Italy) that will allow him to compact olive stones into briquettes. This competitor does not plan to char the stones but just compact the stones into briquettes and sell them.

according to him, his briquettes will be made without binder. is it possible or he wanted just to impress me?

regards

Answer : 

Let us refer to charred briquette as “Charcoal Briquette” and not charred briquette as “Biomass briquette” in order not to be confused. What we offered to you is charcoal briquette making machine to make briquette from charcoal or charred material. Charcoal briquette market is virtually different from biomass briquette market.

Charcoal briquette is for BBQ, grill restaurants, hotel, home-use, food industry and else. So, the price is completely better than the biomass briquette which is to be used as fuel (giving heat, sell as calorific value).

If you plan to make biomass briquette (briquette from olive stone), the process is called hot press process using heat to bind the biomass. You can carbonize this briquette later to get the charcoal if you want (need kiln for carbonization, same as making wood charcoal from wood log). The offered machine is the smallest size because this process requires much higher horse power machine.

I do not think there will be any problem with machine for charcoal briquette production.

Regarding briquette making from olive stone, we do not have the test machine now but we have experiences with what is called “olive husk” and dry olive waste. It can be made into briquette without problem (actually it smelled very good when making briquette). However, I want just to make sure if your sample is what we imagine or not. So, only little of sample to see would be enough.

Olive husk waste