Tag Archives: เครื่องจักร

“โรงไฟฟ้าขยะ 10 เมกะวัตต์” บอร์ดสวล.ไฟเขียวไม่ต้องทำอีไอเอ

เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเกษมสันต์ จิณณวาโส บอกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2558 ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมีมติเห็นชอบยกเว้นขยะ โรงไฟฟ้า ผลิตไฟฟ้า และมีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้าตั้งแต่ 10 เมกะวัตต์ขึ้นไปไม่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) แต่ให้ใช้คู่มือแนวทางปฎิบัติในการกำหนดมาตรการป้องกันและมาตรการติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่า Code Of Practice แทนการจัดทำรายงานอีไอเอ 

 
ทั้งนี้โครงการไฟฟ้าขยะ ถือเป็นหนึ่งนโยบายเร่งด่วนภายใต้โรดแมพแก้ปัญหาเรื่องการจัดการขยะมูลฝอย ที่ผ่านความเห็นชอบจากคสช.เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 57 ที่จะให้ความสำคัญในการจัดการขยะโดยใช้เทคโนโลยีแบบผสมผสาน แปรรูปเป็นพลังงาน และให้มีการพิจารณาผ่อนผันกฎหมายที่เกี่ยวข้องเช่นอีไอเอ
 
นายเกษมสันต์ บอกว่า สำหรับคู่มือแนวทางปฎิบัติดังกล่าว ยังคงความเข้มข้นเทียบมาตรฐานการทำรายงานของอีไอเอ โดยจะไม่อนุญาตให้ตั้งโรงไฟฟ้าขยะในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์. พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ พื้นที่ชุ่มน้ำ รวมถึงพื้นที่ที่มีระดับความเข้มข้นของสารมลพิษเกิน 80% โดยคู่มือแนวปฎิบัติจะกำหนดหัวข้อมากกว่า 300 ข้อเพื่อให้ง่ายต่อการพิจารณาประกอบการพิจารณาอนุญาตโครงการโรงไฟฟ้าขยะขนาด 10 เมกะวัตต์ และควบคุมภายใต้เงื่อนไขสิ่งแวดล้อม 
 
ซึ่งประกอบด้วย ด้านกฎหมายและการใช้คู่มือบังคับใช้ /การเลือกที่ตั้งโครงการและการจัดหาเชื้อเพลิง /การออกแบบและเลือกเทคโนโลยีเตาผา /ด้านมาตรการสิ่งแวดล้อม/ด้านการบริหารโครงการด้านสังคมและการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีโครงการโรงไฟฟ้าขยะยื่นเสนอเข้าพิจารณา 

**ข้อมูลจาก Nationtv

ธุรกิจพลังงานทดแทน ชีวมวล พลังงานธรรมชาติ เชื้อเพลิงและเครื่องจักร ระบบการผลิต

ธุรกิจพลังงานทดแทน ชีวมวล พลังงานธรรมชาติ เชื้อเพลิงและเครื่องจักร ระบบการผลิต

พลังงานทดแทนในไทยอาจะแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1) พลังงานธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์ (solar cell) และพลังงานลม (wind energy)
2) พลังงานชีวภาพ เช่น ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ พลังงานจากขยะ เป็นต้น
3) เชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น เอทานอล และไบโอดีเซล

ถ้าหากถามว่าพลังงานทดแทนของไทยมีอะไรที่น่าลงทุนมากที่สุดสำหรับชาวต่างชาติก็ยังคงเป็นเซลล์แสงอาทิตย์หรือโซล่าเซลล์ ซึ่งสำหรับคนไทยสามารถลงทุนใน Solar Rooftop หรือติดตั้งบนหลังคา แต่ถ้าหาจะทำเป็นธุรกิจก็ควรมองไปที่ชีวมวลและพลังงานขยะ โดยถ้ามีทุนน้อยและต้องการทำกำไรระยะสั้นก็แนะนำให้ลองศึกษา เชื้อเพลิงอัดแท่งหรืออัดเม็ด (wood briquette, wood pellet) ซึ่งมีตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ศักยภาพด้านชีวมวลของไทยนั้นมีสูงมากโดยไทยมีชีวมวลที่ยังไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์กว่า 20 ล้านตันต่อปี แต่การรวบรวมชีวมวลนั้นมีต้นทุนที่สูงมากซึ่งเป็นปัญหาในด้านต้นทุน ทั้งนี้ wood pellet ในประเทศไทยหากได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐก็จะสามารถส่งออกได้ปีละไม่น้อยกว่า 5 ล้านตัน โดยราคาส่งออกขณะนี้ปรับขึ้นๆลงๆอยู่ที่ประมาณตันละ 150 เหรียญ US Dollar นอกจากนี้ wood pellets เกือบเป็นธุรกิจเดียวที่ไม่ต้องพึ่งพาการอุดหนุนด้านราคาจากภาครัฐแต่ก็ต้องทันเกมส์กับตลาดโลก

เครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง  –>   thaisumi company machines

วู๊ดพาเลท วู๊ดเพเลท ไทย
วู๊ดเพเลท  wood pellet

 

 

 

 

 

 

*ข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน

ไม้ยูคา ไม้โกงกาง ไม้ยางพารา ท่อนไม้

พ.ร.บ.สวนป่าฉบับใหม่ ตัดบัญชีแนบท้ายไม้เศรษฐกิจ ไม้ยางพารา ไม้ยูคา ไม้โกงกาง 2558

พ.ร.บ.สวนป่าฉบับใหม่ ตัดบัญชีแนบท้ายไม้เศรษฐกิจ ไม้ยางพารา ไม้ยูคา ไม้โกงกาง 2558

วันนี้ (5 ก.พ.2558) ที่รัฐสภา ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ พ.ร.บ.สวนป่า (ฉบับที่….) พ.ศ…. (แก้ไข พ.ร.บ.สวนป่า พ.ศ. 2535) ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระ 2 โดยมีสาระที่สำคัญ เรื่อง การนิยามคำว่า “สวนป่า” ซึ่งหมายความว่าที่ดินที่ได้ขึ้นทะเบียนเพื่อทำการปลูกและบำรุงรักษาต้นไม่ตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มและถอนรายชื่อต้นออกจากบัญชีแนบท้ายได้ โดยให้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา จากเดิมที่นำเข้าไปแต่ไม่สามารถนำออกได้ ทั้งนี้ ได้มีการตัดรายชื่อต้นไม้ที่อยู่ในบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.จำนวน 8 รายการ จากที่ ครม.เสนอเข้ามาจำนวน 66 รายการ เช่น ยางพารา มะฮอกกานี โกงกาง ยูคาลิปตัส กระถิน สนประดิพัทธ์ เสม็ด เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตเกษตรกรและเพื่อความเหมาะสม ส่วนผู้ที่ต้องการขึ้นทะเบียนตาม พ.ร.บ.สวนป่า เป็นไปตามด้วยความสมัครใจ โดยหากขึ้นทะเบียนแล้วก็จะได้รับสิทธิ์ต่างๆ โดยไม่ต้องเสียค่าทะเบียน

สำหรับโทษผู้ที่ฝ่าฝืนจากเดิมมีทั้งโทษอาญา ทั้งจำคุกและปรับ กรรมาธิการฯ เห็นว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นการส่งเสริม ดังนั้นควรจะให้มีบทลงโทษทางปกครองแทน โดยดูเรื่องเจตนาเป็นหลัก หากมีการละเมิดก็ใช้วิธีการตักเตือน และที่สุดคือการถอนการขึ้นทะเบียนสวนป่า โดยผู้ทำสวนป่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยไม่จัดทำบัญชีแสดงชนิดจำนวนไม้ที่ปลูกตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด กรรมาธิการได้ตัดโทษจำคุกออก เหลือเพียงโทษปรับ 10,000 บาท หรือหากทำบัญชีเป็นเท็จ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ส่วนกรณีความผิดจากการค้า มีไว้ในครอบครอง หรือนำไม้มาสวมตอ จะมีความผิดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ

ทั้งนี้ การปรับปรุงแก้ไขมาจาก พ.ร.บ.สวนป่า ปี 2535 ที่มีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสม และเป็นอุปสรรคต่อการสนับสนุน ส่งเสริมให้มีการปลูกสร้างสวนป่า รวมทั้งเป็นปัญหาอุปสรรคในการแปรรูปไม้ และการออกใบรับรองไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า และความไม่ชัดเจนของสถานะของสัตว์ป่าหรือของป่าในสวนป่า ดังนั้นสมควรต้องแก้ไขหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนสวนป่า และปรับปรุงมาตรการในการกำกับดูแลและแก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อเป็นมาตรการในการส่งเสริมและจูงใจให้มีการปลูกสร้างสวนป่า ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการพื้นที่ป่าไม้ของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และกำหนดบทนิยามของป่า จากเดิมที่สวนป่ามีแค่ 2 ชนิด แต่ของใหม่ได้เพิ่มขึ้นมาอีก 62 ชนิด เป็น 64 ชนิด และที่ผ่านมาความต้องการไม้เพิ่มมากขึ้น หลังจาก 25 ปีที่ปิดป่า และตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มพื้นป่าเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2567 จากเดิมที่มี 32 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังสอดคล้องกับการส่งเสริมการค้าไม้ต่างประเทศ ให้นำไม้ซึ่งมีที่มาที่ไปแปรรูปขายไปยังต่างประเทศ และสอดรับกับการจัดสรรที่ดินให้เอกชน ซึ่งบางพื้นที่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ก็ให้ทำเป็นรูปแบบสหกรณ์เพราะบางแปลงเหมาะกับการทำสวนป่า ทั้งนี้ยังมีข้อที่น่าเป็นห่วงและได้พยายามแก้ไขทั้งเรื่อง การจัดสรรที่ดิน การเปิดให้สามารถเคลื่อนย้ายไม้ได้ง่ายขึ้น หรือการอนุญาตให้ตั้งโรงเรื่อยไม้ในพื้นที่รายแปลงตามที่กำหนดเพื่ออำนวยความสะดวก

โดยหลังจากสมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวาง ในที่สุดที่ประชุมมีมติเห็นสมควรให้ประกาศใช้ พ.ร.บ.สวนป่าเป็นกฎหมายต่อไป ด้วยคะแนน 185 ต่อ 2 เสียง และ งดออกเสียง 5 เสียง

ด้าน พล.อ.ดนัย มีชูเวท ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สนช.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สวนป่า กล่าวว่า ตนอยากทำความเข้าใจกับเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ กล่าวคือ ให้ประชาชนลงทะเบียนสวนป่าตามสมัครใจ โดยจะได้รับสิทธิ์ครอบคลุมไม่เสียค่าขึ้นทะเบียน จะทำการตัด ทำไม้ หรือขอใบรับรองจากกรมป่าไม้แบบยั่งยืนได้ การแปรรูปไม้ นำไม้เคลื่อนที่ การหาของป่าโดยไม่เสียค่าบำรุงหรือค่าภาคหลวง ยืนยันว่าจะไม่กระทบกับคนทั่วไปหรือผู้ประกอบการรายย่อย เช่น ผู้ที่ทำสวนป่ารายย่อยที่ตัดต้นยางพาราไปส่งแค่โรงงาน หรือถ้านำออกไปในประเทศจีนไม่ต้องใช้ใบรับรองต้นกำเนิด แต่ถ้านำออกไปยุโรปต้องใช้ ฉะนั้นจะกระทบแต่กับผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายเท่านั้น

“โดยภาพรวมเราได้ทำ พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้มีความอ่อนตัวในทางปฏิบัติ เช่น บางคนทำบัญชีจำนวนไม้ผิดพลาด เดิมโทษมีทั้งทางอาญาจำคุก และโทษปรับ แต่เราเห็นว่าแก้ไข พ.ร.บ.นี้เพื่อส่งเสริม จึงต้องดูระดับว่าควรทำอย่างไร จึงได้ใช้โทษทางปกครอง คือหากทำบัญชีผิดจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม จะถูกเจ้าหน้าที่ตักเตือนก่อน แต่ถ้ายังแสดงเจตนาไม่แก้ไข ก็จะมีโทษทางปกครองคือถอนทะเบียนออกไปและไม่ให้ขึ้นทะเบียนสวนป่า ซึ่งจะต้องกลับไปเข้า พ.ร.บ.ป่าไม้ ป่าสงวนเช่นเดิมจะไม่ได้รับสิทธิในการเคลื่อนที่ไม้ การตั้งสถานที่แปรรูปไม้ การเก็บของป่าจะต้องมีการเสียภาคหลวง โดยจะเป็นการปรับดีกรีบทลงโทษให้ลดลง เว้นเรื่องโทษเกี่ยวกับการแปรรูปไม้ที่ไปเอาไม้จากที่อื่นมาสวมตอ หรือแปรรูปก็ยังคงโทษไว้ตาม พ.ร.บ.เดิม หากในอนาคตทุกคนพร้อมและอยากจะเข้าร่วมก็จะมีการปรับปรุงกฎหมาย เพราะมีการเปิดทางให้เพิ่มเติมชื่อไม้ โดยเสนอความต้องการมาตามขั้นตอนเช่นทำประชาพิจารณ์เสนอผ่านกรมป่าไม้เพ่อส่งมายัง ครม. และพิจารณาให้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา รวมถึงหากเห็นควรให้ถอนชื่อต้นไม้ออกจากบัญชีท้ายได้ด้วยเช่นกัน” พล.อ.ดนัยกล่าว

ไม้ยูคา ไม้โกงกาง ไม้ยางพารา ท่อนไม้
ไม้ยูคา ไม้โกงกาง ไม้ยางพารา ท่อนไม้

**อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์วันที่ 05/02/2558

 

 

รูปหญ้าเนเปีย

ผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ร้องรัฐหลังถูกลอยแพ

เกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ ศรีสะเกษ ร้องพลังงานช่วย หลังถูกล้มโครงการโรงไฟฟ้าลอยแพเกษตรกร

เกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ศรีสะเกษ ร้องพลังงานช่วย หลังกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเปลี่ยนนโยบายสนับสนุน และทางยูเอซี เอ็นเนอร์ยี่ ล้มโครงการโรงไฟฟ้าลอยแพเกษตรกร

นายจำเนียร นนทะวงษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจแนวคิดใหม่ในอาเซียน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยหลังการเข้าร้องเรียนปัญหาต่อนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ซึ่งได้ให้ตัวแทนจากศูนย์ดำรงธรรม ประจำกระทรวงพลังงาน รับเรื่องแทน ว่า กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ 14 ครัวเรือนที่ ลงทุนปลูกหญ้าเนเปียร์จำนวน 74 ไร่ ตั้งแต่เดือนก.พ. 2557 ได้รับความเดือดร้อนจากการยกเลิกโครงการนำร่องการผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ตามนโยบายของรัฐบาล

จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้ตัดหรือขายให้วัตถุดิบได้ เนื่องจากทางบริษัท ยูเอซี เอ็นเนอยี่ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) ได้ยกเลิกการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 1.5 เมกะวัตต์ เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านทางเงินตามข้อตกลงจากภาครัฐ

หญ้าเนเปียร์ที่มีการเพาะปลูกดังกล่าว ทางบริษัทให้ชาวบ้านปลูกเพื่อที่จะใช้เป็นท่อนพันธุ์ เพื่อขยายในพื้นที่ที่เตรียมไว้ เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับโรงไฟฟ้าประมาณ 900 ไร่ โดยชาวบ้านหวังว่าจะมีรายได้จากการตัดขายหญ้าเนเปียร์ทุกๆ 3 เดือน บริษัทไม่ได้สร้างโรงไฟฟ้าตามสัญญา ก็สร้างความเสียหายแถมยังเสียโอกาสที่จะนำพื้นที่ไปทำประโยชน์ด้านอื่น จึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากปลัดกระทรวงพลังงาน จากที่ก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน แล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า “ นายจำเนียรกล่าว

สำหรับทางออกของปัญหานั้น ทางวิสาหกิจชุมชนต้องการที่จะเป็นผู้ลงทุนเอง เนื่องจากทางที่ปรึกษาทั้งจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองว่าการนำก๊าซชีวภาพ ที่หมักจากหญ้าเนเปียร์มาผลิตเป็นไฟฟ้า ที่ได้รับเงินสนับสนุนในส่วนฟีดอินทารีฟ ในอัตรา 5.38บาทต่อหน่วยนั้น มีความคุ้มค่าต่อการลงทุน แต่ติดปัญหาตรงที่ไม่สามารถที่จะกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ เพราะต้องใช้วงเงินลงทุนสูงถึง 80 ล้านบาทสำหรับการผลิตไฟฟ้าขนาด 1 เมกะวัตต์

“หากกระทรวงพลังงาน เข้ามาให้ความช่วยเหลือเชื่อว่าสถาบันการเงิน น่าจะมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะชาวบ้านไม่ทราบว่าจะกู้เงินมากๆ เพื่อลงทุนโรงไฟฟ้าได้อย่างไร ก่อนหน้านี้เรามีความหวังจากนโยบายรัฐส่งเสริมให้ปลูกหญ้าเนเปียร์ แต่เมื่อเปลี่ยนนโยบาย เอกชนล้มโครงการ กลับกลายเป็นเกษตรกรที่ถูกลอยแพและขาดรายได้มากว่า 1 ปีแล้ว” นายจำเนียร กล่าว

รูปหญ้าเนเปีย
รูปหญ้าเนเปีย

 

 

 

 

 

 

**ข้อมูลจากเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 18/01/2558

 

รูปหญ้าเนเปีย

ผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ร้องรัฐหลังถูกลอยแพ

เกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ ศรีสะเกษ ร้องพลังงานช่วย หลังถูกล้มโครงการโรงไฟฟ้าลอยแพเกษตรกร

เกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ศรีสะเกษ ร้องพลังงานช่วย หลังกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเปลี่ยนนโยบายสนับสนุน และทางยูเอซี เอ็นเนอร์ยี่ ล้มโครงการโรงไฟฟ้าลอยแพเกษตรกร

นายจำเนียร นนทะวงษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจแนวคิดใหม่ในอาเซียน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยหลังการเข้าร้องเรียนปัญหาต่อนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ซึ่งได้ให้ตัวแทนจากศูนย์ดำรงธรรม ประจำกระทรวงพลังงาน รับเรื่องแทน ว่า กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ 14 ครัวเรือนที่ ลงทุนปลูกหญ้าเนเปียร์จำนวน 74 ไร่ ตั้งแต่เดือนก.พ. 2557 ได้รับความเดือดร้อนจากการยกเลิกโครงการนำร่องการผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ตามนโยบายของรัฐบาล

จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้ตัดหรือขายให้วัตถุดิบได้ เนื่องจากทางบริษัท ยูเอซี เอ็นเนอยี่ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) ได้ยกเลิกการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 1.5 เมกะวัตต์ เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านทางเงินตามข้อตกลงจากภาครัฐ

หญ้าเนเปียร์ที่มีการเพาะปลูกดังกล่าว ทางบริษัทให้ชาวบ้านปลูกเพื่อที่จะใช้เป็นท่อนพันธุ์ เพื่อขยายในพื้นที่ที่เตรียมไว้ เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับโรงไฟฟ้าประมาณ 900 ไร่ โดยชาวบ้านหวังว่าจะมีรายได้จากการตัดขายหญ้าเนเปียร์ทุกๆ 3 เดือน บริษัทไม่ได้สร้างโรงไฟฟ้าตามสัญญา ก็สร้างความเสียหายแถมยังเสียโอกาสที่จะนำพื้นที่ไปทำประโยชน์ด้านอื่น จึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากปลัดกระทรวงพลังงาน จากที่ก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน แล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า “ นายจำเนียรกล่าว

สำหรับทางออกของปัญหานั้น ทางวิสาหกิจชุมชนต้องการที่จะเป็นผู้ลงทุนเอง เนื่องจากทางที่ปรึกษาทั้งจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองว่าการนำก๊าซชีวภาพ ที่หมักจากหญ้าเนเปียร์มาผลิตเป็นไฟฟ้า ที่ได้รับเงินสนับสนุนในส่วนฟีดอินทารีฟ ในอัตรา 5.38บาทต่อหน่วยนั้น มีความคุ้มค่าต่อการลงทุน แต่ติดปัญหาตรงที่ไม่สามารถที่จะกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ เพราะต้องใช้วงเงินลงทุนสูงถึง 80 ล้านบาทสำหรับการผลิตไฟฟ้าขนาด 1 เมกะวัตต์

“หากกระทรวงพลังงาน เข้ามาให้ความช่วยเหลือเชื่อว่าสถาบันการเงิน น่าจะมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะชาวบ้านไม่ทราบว่าจะกู้เงินมากๆ เพื่อลงทุนโรงไฟฟ้าได้อย่างไร ก่อนหน้านี้เรามีความหวังจากนโยบายรัฐส่งเสริมให้ปลูกหญ้าเนเปียร์ แต่เมื่อเปลี่ยนนโยบาย เอกชนล้มโครงการ กลับกลายเป็นเกษตรกรที่ถูกลอยแพและขาดรายได้มากว่า 1 ปีแล้ว” นายจำเนียร กล่าว

รูปหญ้าเนเปีย
รูปหญ้าเนเปีย

 

 

 

 

 

 

**ข้อมูลจากเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 18/01/2558

 

เครื่องอัดถ่าน เครื่องยนต์

ขาย เครื่องอัดถ่าน ระบบ เครื่องยนต์ ดีเซล เบนซิน – ถ่านอัดแท่ง

ขาย เครื่องอัดถ่าน ระบบ เครื่องยนต์ ดีเซล เบนซิน สำหรับ ทำถ่านอัดแท่ง

เครื่องอัดถ่านระบบเครื่องยนต์ผลิตถ่านอัดแท่ง ผลิตได้มากกว่า 200-300 กิโลกรัมต่อชั่วโมง
ดูแลรักษาง่าย เคลื่อนย้ายง่าย สำหรับที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ สามารถสตาร์ทด้วยมือหรือสตาร์ทด้วยแบตเตอรี่ได้ทั้ง 2 ระบบ อัดถ่านได้หลายหลายชนิด

ติดต่อเรา คลิ๊กที่นี่!!
www.thaisumi.com

ตอไม้ยางพารา

เชื้อเพลิงจากตอไม้ยางพารา – มูลค่าที่มองข้ามไม่ได้

เชื้อเพลิงจากตอไม้ยางพารา – มูลค่าที่มองข้ามไม่ได้

เดิมต้นยางพาราที่ถูกโค่นมักจะถูกแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ แต่ตอไม้ยางมักจะไม่ถูกนำมาใช้งานเนื่องจากต้นทุนในการขุดยังมีสูงและราคาขายยังต่ำมากอยู่

แต่เนื่องจากปัจจุบันเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นมากทำให้ตอไม้ยางมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น การนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงจึงมีความน่าสนใจและเป็นไปได้มากขึ้นโดยราคาอาจจะสูงถึงตันละ 1,000 กว่าบาท

โรงงานที่รับซื้อตอไม้ยางพาราเพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงโดยตรงหรือแปรรูปก่อนก็มี เช่น โรงงานชีวมวลและแปรรูปชีวมวลให้เป็นเชื้อเพลิงที่มีขนาดเหมาะสำหรับเตาเผา โรงไฟฟ้าชีวมวล โรงรมยาง โรงงานที่มีใช้ไอน้ำ เป็นต้น เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงจากตอไม้ยางพารามีราคาถูกกว่าแก๊สและน้ำมัน

ไม้ยางพารา ตอไม้ยางพารา

 

ถ่านอัดแท่ง สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างอาชีพ… (1)

ถ่านอัดแท่ง สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างอาชีพ…

จริงหรือที่ว่า ถ่าน ที่เราใช้กันตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ทุกวันนี้กลับเป็นการสร้างโอกาสเป็นเจ้าของธุรกิจได้???…..

จริงหรือที่ว่า ถ่าน ที่สมัยก่อนต้องทำจากต้นไม้อย่างเดียว แต่ทุกวันนี้เห็นว่า เศษสิ่งของเหลือใช้หลายๆชนิดก็สามารถนำมาเป็นถ่านได้???…..

จริงหรือที่ว่า ถ่าน ที่ขายกันอยู่ตามตลาดสด ทุกวันนี้สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศทั่วโลกได้???…..

จริงหรือที่ว่า ถ่าน จากเดิมกิโลกรัมละ 6-7 บาท ถ้าหากว่าเรานำมาพัฒนาแล้ว มูลค่าของถ่านจะสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 100 บาทได้???…..

จริงหรือที่เขาว่ากันว่า ถ่านสามารถนำมาใช้ในการบำรุงสุขภาพ และสามารถรักษาโรคบางอย่างได้???…..

เอ…….. มันเป็นไปได้เหรอ? มันเป็นเรื่องจริงเหรอ ????…..

นั่นสิครับ มันเป็นจริงหรือ? เป็นไปได้หรือ? แต่ก่อนนี้ผมก็มีความคิดเช่นเดียวกับท่านผู้อ่านนี่แหละ ผมเป็นคนบ้านนอก 100% เคยเผาถ่าน ทำถ่าน เคยช่วยพ่อ ตัดไม้ ผ่าฟืนมาตั้งแต่เด็กๆ เห็นพ่อทำ ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเป็นพิเศษสักหน่อย เอ ……. แล้วมันจะมีประโยชน์ได้ขนาดนั้นจริงๆ หรือ? …

อย่างว่านะครับ การทำถ่านหรือผลิตถ่าน หลายๆ ท่านคงมองกันว่า มันเป็นอาชีพที่ต่ำต้อยเสียเหลือเกิน มีธุรกิจทำตั้งมากมาย แต่…ทำไมต้องมาทำถ่านกันด้วย สมัยที่ผมเรียนจบคณะวิศวะใหม่ๆ แล้วเข้าทำงานสมัยนั้นก็เงินเดือนแบบว่าค่อนข้างดีเอามากๆ แต่กลับมาเลือกที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับถ่านนั้น ไม่แปลกหรอกครับ ขนาดพ่อของผมเองและคนรอบข้างก็เคยคิดและมองแบบเดียวกับที่ทุกๆท่านคิดและมองอยู่ในขณะนี้  ผมจำได้ว่าวันนั้นที่คุยให้พ่อฟังก็แทบจะบ้านแตกเหมือนกัน

หลังจากตั้งใจอย่างแน่วแน่ก็ได้เริ่มต้นสร้างธุรกิจโดยเริ่มต้นจากศูนย์เหมือนคนอื่นๆเขา จากที่ไม่มีอะไรเลย ค่อยลองผิดลองถูกเรื่อยมา จนรู้ซึ้งถึงขั้นตอนการทำถ่าน กระบวนการผลิตถ่านอัดแท่ง

จนถึงปัจจุบัน คำถามต่างๆ เช่น กระบวนการผลิตถ่านให้ได้คุณภาพดีนั้นเขาทำอย่างไรกัน ทำไมถ่านอัดแท่งของไทยเราคุณภาพสู้ต่างประเทศเขาไม่ได้สักที? เงินลงทุนสำหรับการลงทุนทำถ่านอัดแท่ง สูงมากน้อยเพียงใด? ลงทุนไปแล้วจะคุ้มทุนกับที่เราลงทุนไปหรือเปล่า? ระยะเวลาการคืนทุนจะมากน้อยเพียงใด?…………….

ถ่านเพื่อสุขภาพ เป็นอย่างไร? เขาผลิตกันอย่างไรบ้าง? ถ่านเพื่อสุขภาพมีประโยชน์มากน้อยเพียงใด?……………

รวมไปถึงเรื่องการส่งออกถ่านอัดแท่ง ที่มีการส่งออกไปไกลยังทั่วโลกอยู่ในปัจจุบัน ก็ซึ่งเป็นหัวข้อที่เกือบทุกคนที่คุยกับผมจะสอบถาม ดังนั้นผมจึงอยากจะกล่าวถึงเพื่อเป็นการไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ในช่วงต้นของหนังสือเล่มนี้

วันนี้เราจะมามองในมุมที่ต่างออกไปจากที่เราเคยมองกันอยู่ดีกว่า มาดูว่าช่องทางการผลิตและการทำธุรกิจเกี่ยวกับถ่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง? จะไปได้จริงๆ หรือ? วันนี้ผมจะมีคำตอบให้กับทุกท่านครับ

มาเข้าเรื่องการผลิตถ่านอัดแท่งกันดีกว่านะครับ

การผลิตถ่านอัดแท่งและวัสดุเหลือใช้อัดแท่งนั้น เป็นเทคโนโลยีที่กำเนิดมาจากต่างประเทศ ซึ่งเกิดมาจากแนวความคิดที่ว่า เศษสิ่งของเหลือใช้จะมีวิธีการใดบ้างที่สามารถจะนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ไม่ทิ้งเศษเหลือใช้ให้เปล่าประโยชน์ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่า และเป็นการกำจัดสิ่งเหลือใช้ที่จะกลายเป็นขยะไปในตัวด้วย นับวันเศษสิ่งของเหลือใช้ถ้าหากไม่นำมาใช้ประโยชน์ ทรัพยากรธรรมชาติก็นับวันจะยิ่งลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ถ้าหากว่าคนรุ่นใหม่ไม่ใส่ใจ ไม่มีจิตสำนึกที่จะปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ไว้ ก็คงไม่มีหลงเหลือให้ลูกหลานในภายภาคหน้าได้ใช้ต่อไป ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ป่าไม้ กะลามะพร้าว สินแร่ ทลายปาล์ม เศษผงถ่านหิน และวัสดุเหลือใช้อื่นๆ เราจำเป็นต้องใช้กันอย่างประหยัด อะไรที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคา เราก็ควรที่จะนำมากลับมาใช้ใหม่ ขอให้เรามีเพียงความคิดสร้างสรรค์และลงมือทำเท่านั้น สิ่งของเหลือใช้เหล่านี้ก็จะกลับกลายเป็นของมีค่า กลายเป็นเงินทองกลับมาหาเรา

ซึ่งจากแนวความคิดนี้ ผมจึงได้ให้ความสำคัญกับสิ่งของเหลือใช้และการใช้ทรัพยากรต่างๆให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะยิ่งป่าไม้ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ สวนทางกับความต้องการพลังงานจากเชื้อเพลิงที่มีเพิ่มมากขึ้น เรายิ่งควรที่จะหันกลับมามองและคิดว่าเราจะทำอย่างไรกันดี เราจะหาแหล่งพลังงานทดแทนได้จากที่ไหน เพื่อให้มีพลังงานให้พอใช้ได้ตลอดไป ความคิดเหล่านี้คงวนเวียนอยู่ในหัวผมมานานตลอดหลายปี….

หลังจากได้มีโอกาสไปดูงานในหลายๆ ที่ ทั้งที่เกี่ยวกับพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกใหม่นั้น ส่วนที่เกิดความประทับใจมากที่สุด ก็คือ โครงการของพ่อหลวงของเรา ที่เป็นโครงการผลิตถ่านอัดแท่ง พระปรีชาสามารถและแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้านการพัฒนาพลังงานนั้น ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศไทยอย่างกว้างขวาง พระองค์ทรงริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงน้ำมันจากวัสดุการเกษตรมาเป็นเวลานานร่วม ๓๐ ปีแล้ว โครงการถ่านอัดแท่งและการอัดแท่งวัสดุเหลือใช้นี้ จริงๆแล้วเกิดขึ้นจากพระราชดำริมานานมากแล้ว ผมเองก็มีโอกาสได้เข้าไปศึกษาโครงการหลวงไม่ว่าจะเป็นโครงการผลิตแท่งเชื้อเพลิงเขียวจากผักตบชวา หรือการผลิตถ่านอัดแท่งจากแกลบที่เหลือทิ้ง

ในโครงการหลวง (โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา) นั้น มีโรงงานต้นแบบให้ประชาชนที่สนใจเข้าชมได้ด้วยเพื่อเป็นแนวทางให้ลูกหลานประชาชนชาวไทยของเราได้ศึกษาและพัฒนาเพิ่มเติมความรู้ รวมทั้งเพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมให้เราได้นำแนวทางพลังงานทางเลือกใหม่ๆ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมีคุณค่าต่อไปในวันข้างหน้าอย่างยั่งยืน

ผมยังจำได้ดี วันที่ผมได้เดินเข้าไปดูโครงการส่วนพระองค์ในสวนจิตรดาเป็นครั้งแรก ผมปลาบปลื้มในพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่าน ท่านทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกล เข้าใจ และทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของพสกนิกรชาวไทยของพระองค์ โครงการหลวงของท่านจึงล้วนมีแต่ต้นแบบโครงการที่ท่านได้ทรงทดลอง โครงการไหนที่มีประโยชน์พระองค์ท่านจะพระราชทานเป็นต้นแบบไว้ ให้ประชาชนได้เข้าไปศึกษา นำความรู้กลับมาใช้ประโยชน์ เพื่อให้พวกเราอยู่ดีมีสุข มีอยู่มีกินอย่างพอเพียง วันนั้นแม้ว่าจะเข้าไปเป็นครั้งแรก และยังไม่ได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมอีกเลย แต่ความทรงจำในครั้งนั้นก็ยังไม่ลบเลือน ผมสนใจในทุกโครงการของพระองค์ท่าน ผมสอบถามทุกเรื่องที่ได้เห็น

กลับมาถึงบ้าน อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสาร ทุกเรื่อง ทุกเล่มอย่างละเอียด ใช้เวลานานเป็นอาทิตย์เพื่อศึกษารายละเอียดและทำความเข้าใจ เพื่อที่จะนำความรู้นี้กลับเข้ามาสร้างธุรกิจอีกอาชีพหนึ่ง หลังจากที่ศึกษามาจนเข้าใจและมีความรู้ระดับหนึ่ง ผมก็พยายามเสาะหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการผลิตถ่านอัดแท่งเพื่อการนำมาใช้เป็นพลังงานทางเลือกใหม่  ผมได้หาข้อมูลจากหลายๆแหล่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้ท่องโลกอินเตอร์เน็ตเพื่อเสาะแสวงหาข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตถ่านอัดแท่ง การสร้างเตาเผาถ่านคุณภาพสูง เทคโนโลยีการผลิตถ่านอัดแท่ง เครื่องจักรที่ใช้ผลิตถ่านอัดแท่ง เทคโนโลยีการเผาถ่าน  ฯลฯ จนมองเห็นแนวทางการทำธุรกิจเกี่ยวกับถ่านอัดแท่ง ซึ่งจะกล่าวอย่างละเอียดในตอนต่อไป

เตาเผาถ่าน

หญ้าเนเปีย รูปหญ้า เนเปีย เลี้ยงช้าง พลังงาน napier grass

ผลิตไฟจากหญ้าเนเปียร์ไม่คุ้ม ก.พลังงานสั่งทบทวนค่าไฟพลังงานทดแทน

ผลิตไฟจากหญ้าเนเปียร์ไม่คุ้ม ก.พลังงานสั่งทบทวนค่าไฟพลังงานทดแทน

กระทรวงพลังงานสั่งทบทวนค่าไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งระบบปรับเป็น Feed in Tariff ที่ให้แยกเป็น 4 ระดับ โดยกำลังการผลิตต่ำจะได้รับค่าไฟมากขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนสามารถผลิตได้เนื่องจากมีต้นทุนสูง ยอมรับ “หญ้าเนเปียร์” ไม่คืบ เหตุพบการรับซื้อหญ้าราคา 300 บาทต่อตันไม่คุ้มการผลิต เหตุค่าปุ่ย ค่าแรงแพงมากทำให้คนไม่ปลูก
 

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานสัมมนาวิชาการนานาชาติ เรื่องนวัตกรรมก๊าซชีวมวล ว่า ขณะนี้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายแผนและพลังงาน (สนพ.) ทบทวนค่าไฟฟ้าส่งเสริมพลังงานทดแทนทั้งระบบ โดยให้ปรับเป็นค่าสนับสนุนเงินตามการลงทุนที่แท้จริง (feed in tariff) ทดแทนระบบค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่ม (Adder) โดยมีเป้าหมายคือ ผลตอบแทนการลงทุนไม่เกิน 12% และไม่ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าฐานมากเกินไป

สำหรับ Feed in Tariff ที่ปรับใหม่ ค่าไฟฟ้าที่ปรับเป็น 4 อัตราให้โรงเล็กได้ค่าไฟฟ้าสูงและโรงใหญ่ได้ค่าไฟฟ้าต่ำกว่า แบ่งออกเป็น 1. โรงไฟฟ้าขนาดไม่เกิน 0.3 เมกะวัตต์ 2. ขนาด 0.3-1 เมกะวัตต์ 3. ขนาด 1-3 เมกะวัตต์ และ 4. ขนาด 3-10 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าการศึกษาจะเสร็จสิ้นโดยเร็ว และให้นำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช.ในเดือนธันวาคมนี้ พร้อมๆ กับเรื่องขยายการรับซื้อไฟฟ้าจากหลังคา หรือโซลาร์รูฟท็อป และการปรับปรุงแผนพัฒนากำลังไฟฟ้า หรือพีดีพีฉบับใหม่

“การปรับปรุงเป็น 4 ระดับ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนระดับเล็กๆ มาร่วมลงทุนได้มากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาค่าสนับสนุนราคาเดียวไม่จูงใจ” รมว.พลังงานกล่าว

ทั้งนี้ ในส่วนของการผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ เอกชนได้ร้องเรียนว่า การคำนวณค่าไฟฟ้าของ สนพ.อาจผิดพลาดที่ให้อัตรา feed in tariff 4.50 บาท/หน่วย 20 ปี บนพื้นฐานค่ารับซื้อหญ้า 300 บาท/ตัน เป็นอัตราที่ไม่ถูกต้องเพราะต้นทุนสูงกว่านี้บางแห่งมากกว่า 600 บาท/ตัน เพราะต้องมีค่าแรงงาน ค่าปุ๋ยถึง 4,000 บาทต่อตัน ทำให้เกษตรกรไม่สนใจปลูกหญ้ามากนัก

“ที่ผ่านมามีการให้ผู้สนใจเสนอโครงการผลิตไฟจากหญ้าเนเปียร์มารวม 6 เดือนแล้วมีผู้สนใจมากแต่ผู้ประกอบการก็ไม่อยากตั้งโรงงานเพราะร้องเรียนว่าค่าไฟต่ำเกินไป ซึ่งตอนนั้นก็มีการคิดค่าไฟบนพื้นฐานที่ราคาหญ้าเนเปียร์ 300 บาทต่อตันแต่ของจริงไม่มีใครอยากปลูกหญ้าเนเปียร์เพราะถ้าขาย 300 บาทต่อตันไม่คุ้ม เฉพาะค่าปุ๋ยก็ตันละ 4,000 บาทแล้วก็มีปัญหาทำให้ไม่มีใครอยากผลิตไฟถ้าจะผลิตก็ต้องเพิ่มค่าไฟให้อีก อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ไปศึกษาวิธีการเพิ่มผลผลิตหญ้าเนเปียร์ต่อไร่ให้มากขึ้นประกอบด้วย” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

เคยโพสท์ไว้แล้วตามนี้
http://blog.thaisumi.com/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C/

อ้างอิงจากเว็บ manager.co.th วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556

หญ้าเนเปีย รูปหญ้า เนเปีย เลี้ยงช้าง พลังงาน napier grass
หญ้าเนเปีย รูปหญ้า เนเปีย เลี้ยงช้าง พลังงาน napier grass

Pellet machine video – วีดีโอ เครื่องอัดเม็ด (ขนาด 10 แรงม้า – 10 HP)

Pellet machine video – วีดีโอ เครื่องอัดเม็ด (ขนาด 10 แรงม้า – 10 HP)

For biomass, coal and charcoal. Machine needed to be adjusted and modify for each type of raw material. Some common materials can be used without changing the machine setting but if the machine is much different, then fine-tuning/adjustment is required.

 

blog.thaisumi.com
http://www.thaisumi.com

gasifier gasification machine

Gasifier – Gasification process from biomass / charcoal

A gasifier project. “I use charcoal as fuel, with reduced amount of air (oxidizing agent) can mix with water for obtaining more hydrogen (increasing flamespeed) or use more exhaust gasses in the reactor inlet. (Reducing the consumption of carbon) the sabatier reaction in the load depending reduction zone converts almost all CO2 into useable gas. This avoids the sabatier reaction to occur. (CO2+H2= CH4+H2O)”

มันคือการแก๊สซิเคชันโดยใช้ถ่านไม้แทนใช้ชีวมวล แน่นอนแก๊สที่ได้ย่อมมีคุณภาพดีกว่าการใช้ชีวมวล ส่วนที่พูดถึง sabatier reaction เป็นปฏิกิริยา CO2 + 4H2 = CH4 + 2H2O ไม่น่าจะเกิดได้ เพราะปกติปฏิกิริยานี้ต้องมีแคตาลิสต์ (ตัวเร่งปฏิกริยา) ด้วย มันไม่ได้เกิดง่ายๆที่สภาวะแก๊สซิฟิเคชันทั่วไป

ปฏิกิริยาหลักๆ ที่เกิดในกระบวนการแก๊สซิฟิเคชันคือ
biomass + heat —> volatile + char
char + O2 —> CO2
char + H2O —> H2 + CO
char + CO —> CO2

คุณภาพแก๊สที่ได้ขึ้นกับชีวมวลและปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้น ซึ่งตรงนี้ควบคุมโดยการออกแบบแก๊สซิฟายเออร์ให้เหมาะสม

gasifier gasification machinehttp://www.thaisumi.com

blog.thaisumi.com

 

 

ทำถ่านอัดแท่งแข่งกับเมืองนอก

การลงทุนทำถ่านอัดแท่งส่งออกมาเลเซีย (1)

การลงทุนทำถ่านอัดแท่งส่งออกมาเลเซีย (1)

คำถาม :  สวัสดีค่ะ … (วันก่อนเราเคยโทรคุยกันแล้วค่ะ อยู่นครศรีธรรมราชค่ะ)

                         ดิฉันอยากจะขอทราบ ต้นทุนการทำธุรกิจถ่านอัดแท่งส่งออกโดยรวมอีกครั้งค่ะ ตั้งแต่ การลงทุนเครื่องจักร การซื้อวัตถุดิบต้องมีเงินทุนหมุนเวียนคร่าวๆ เท่าไหร่ การขนส่งถึงมือลูกค้าโดยประมาณ (กรณีที่ส่งมาเลเซีย)  และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
                         โดยปกติเวลาส่งออกถ่านไม่ทราบว่าปกติจะซื้อขายกันที่ประมาณกี่ตันต่อครั้งคะ (เพราะต้องมาคำนวนเงินเพื่อซื้อวัตถุดิบแต่ละเที่ยวด้วย)

ธุรกิจส่งออกขนาดเล็กช่วงนี้ ทางกรมการค้าต่างประเทศ หรือ หน่วยงานรัฐ มีโครงการสนับสนุนหรือส่งเสริมด้านไหนบ้างไหมคะ
                         จุดด้อยของธุรกิจถ่านอัดแท่งสำหรับการส่งออกและการจำหน่ายในไทยมีอะไรบ้างคะ

คำตอบ :  

สวัสดีครับ

เบื้องต้นคงต้องขอรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุดิบก่อนครับเพราะกระบวนการผลิตขึ้นกับวัตถุดิบเป็นหลัก รวมถึงปริมาณวัตถุดิบที่มีหรือปริมาณที่ต้องการผลิตต่อวัน และสภาพวัตถุดิบซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมเข้ากระบวนการผลิตครับ

หลังจากได้รายละเอียดวัตถุดิบแล้วจะสามารถกำหนดขั้นตอนการผลิตและเครื่องจักรที่จำเป็นครับ ดังนั้นวัตถุดิบที่เตรียมง่ายก็จะมีต้นทุนที่ถูกกว่าวัตถุดิบที่ต้องผ่านการเตรียมสภาพเยอะก่อนจะเข้ากระบวนการผลิตได้ครับ

เงินลงทุนก็ขึ้นกับรายละเอียดวัตถุดิบข้างต้น และกำลังการผลิต (กิโลกรัมต่อชั่วโมงหรือต่อวัน) ที่ต้องการครับ (หรือจะกำหนดที่เงินงบประมาณลงทุนที่มีก็ได้ครับเพื่อจะได้ทราบว่าผลิตได้สูงสุดต่อเดือนเท่าไหร่)

จริงๆแล้วทางเรามีหนังสือที่เกี่ยวกับการลงทุนทำถ่านอัดแท่งและเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องที่ต้องทราบขายอยู่ตามลิ้งค์ข้างล่างนี้ครับ (300 บาทรวมส่ง) ถ้าสนใจก็ติดต่อที่น้องปูได้เลยครับ

http://charcoal.snmcenter.com/charcoalthai/book.php
http://www.thaisumi.com

ไทยซูมิ

ทำถ่านอัดแท่งแข่งกับเมืองนอก

napier grass, หญ้าเลี้ยงช้าง, หญ้าเนเปีย, ไฟฟ้า

Napier Grass as raw material for gasification process to generate electricity

Napier Grass as raw material for gasification process to generate electricity.

ภาษาไทยคลิ๊กที่นี่!

Napier grass is becoming a popular biomass for gasification process to generate electricity in Thailand. Government office also issued the project that subsidizes napier grass as raw material for power plants.

The critical factors for Napier grass for power plants projects are harvesting of the grass, moisture content in the grass, transportation to the preparation factory, and making the dried grass into pellet form or else to be able to use in the reactor of gasification process.

Muddy area can be problem for harvesting and the moisture content in the grass can be as high as 70% (not included the water from rain if the case), causing high cost to dry the grass. Transportation cost and pelletizing cost are also to be considered too. Raw material preparation process includes;

Biomass chipper/cutting
Biomass material: Sugar cane stalks or Napier Grass stalks or similar can be mixed and used in most gasifier. Also woody biomass like wood chips or coconut shells can also be used but they might require a chipping or good cutting technology.

Sample of Output chip/strand size required:
Preferred:    sum of average chip/strand dimensions (L + W + H) at 50 mm
Maximum:     sum of average chip/strand dimensions (L + W + H) at 75 mm
Moisture content input biomass from 50-70% (by weight)
Throughput: minimum 5.0 tph fresh biomass per unit for 1 MWatt power plant size.
Auxilliaries: (i) dust collection system.  (ii) dust storage system.

Biomass Drying Unit
Technology type:  Rotary dryer or Columnar type dryer
Fuel:  Biomass (grass itself, wood chips, waste wood), LPG, also Drying heat source: ambient air diluted hot gen set exhaust. Direct gen set exhaust will be between 430 and 470 Deg C and we will dilute down temperature with air to required dryer operating temperature.

Chip/strand size input:
Expected Average:      sum of average chip/strand dimensions (L + W + H) at 50-75 mm
Expected Maximum:    sum of average chip/strand dimensions (L + W + H) at 100 mm

Moisture content input biomass (maximum 70% moisture content;  target output moisture content at maximum 18-20%

Auxilliaries: (i) feed system  (ii) discharge system.

This is just sample idea about the raw material preparation and gasifier related machines.

Napier grass, elephant grass, Thai Sumi, www.thaisumi.com