Tag Archives: เชื้อเพลิง

ธุรกิจพลังงานทดแทน ชีวมวล พลังงานธรรมชาติ เชื้อเพลิงและเครื่องจักร ระบบการผลิต

ธุรกิจพลังงานทดแทน ชีวมวล พลังงานธรรมชาติ เชื้อเพลิงและเครื่องจักร ระบบการผลิต

พลังงานทดแทนในไทยอาจะแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1) พลังงานธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์ (solar cell) และพลังงานลม (wind energy)
2) พลังงานชีวภาพ เช่น ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ พลังงานจากขยะ เป็นต้น
3) เชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น เอทานอล และไบโอดีเซล

ถ้าหากถามว่าพลังงานทดแทนของไทยมีอะไรที่น่าลงทุนมากที่สุดสำหรับชาวต่างชาติก็ยังคงเป็นเซลล์แสงอาทิตย์หรือโซล่าเซลล์ ซึ่งสำหรับคนไทยสามารถลงทุนใน Solar Rooftop หรือติดตั้งบนหลังคา แต่ถ้าหาจะทำเป็นธุรกิจก็ควรมองไปที่ชีวมวลและพลังงานขยะ โดยถ้ามีทุนน้อยและต้องการทำกำไรระยะสั้นก็แนะนำให้ลองศึกษา เชื้อเพลิงอัดแท่งหรืออัดเม็ด (wood briquette, wood pellet) ซึ่งมีตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ศักยภาพด้านชีวมวลของไทยนั้นมีสูงมากโดยไทยมีชีวมวลที่ยังไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์กว่า 20 ล้านตันต่อปี แต่การรวบรวมชีวมวลนั้นมีต้นทุนที่สูงมากซึ่งเป็นปัญหาในด้านต้นทุน ทั้งนี้ wood pellet ในประเทศไทยหากได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐก็จะสามารถส่งออกได้ปีละไม่น้อยกว่า 5 ล้านตัน โดยราคาส่งออกขณะนี้ปรับขึ้นๆลงๆอยู่ที่ประมาณตันละ 150 เหรียญ US Dollar นอกจากนี้ wood pellets เกือบเป็นธุรกิจเดียวที่ไม่ต้องพึ่งพาการอุดหนุนด้านราคาจากภาครัฐแต่ก็ต้องทันเกมส์กับตลาดโลก

เครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง  –>   thaisumi company machines

วู๊ดพาเลท วู๊ดเพเลท ไทย
วู๊ดเพเลท  wood pellet

 

 

 

 

 

 

*ข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน

รูปหญ้าเนเปีย

ผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ร้องรัฐหลังถูกลอยแพ

เกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ ศรีสะเกษ ร้องพลังงานช่วย หลังถูกล้มโครงการโรงไฟฟ้าลอยแพเกษตรกร

เกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ศรีสะเกษ ร้องพลังงานช่วย หลังกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเปลี่ยนนโยบายสนับสนุน และทางยูเอซี เอ็นเนอร์ยี่ ล้มโครงการโรงไฟฟ้าลอยแพเกษตรกร

นายจำเนียร นนทะวงษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจแนวคิดใหม่ในอาเซียน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยหลังการเข้าร้องเรียนปัญหาต่อนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ซึ่งได้ให้ตัวแทนจากศูนย์ดำรงธรรม ประจำกระทรวงพลังงาน รับเรื่องแทน ว่า กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ 14 ครัวเรือนที่ ลงทุนปลูกหญ้าเนเปียร์จำนวน 74 ไร่ ตั้งแต่เดือนก.พ. 2557 ได้รับความเดือดร้อนจากการยกเลิกโครงการนำร่องการผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ตามนโยบายของรัฐบาล

จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้ตัดหรือขายให้วัตถุดิบได้ เนื่องจากทางบริษัท ยูเอซี เอ็นเนอยี่ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) ได้ยกเลิกการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 1.5 เมกะวัตต์ เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านทางเงินตามข้อตกลงจากภาครัฐ

หญ้าเนเปียร์ที่มีการเพาะปลูกดังกล่าว ทางบริษัทให้ชาวบ้านปลูกเพื่อที่จะใช้เป็นท่อนพันธุ์ เพื่อขยายในพื้นที่ที่เตรียมไว้ เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับโรงไฟฟ้าประมาณ 900 ไร่ โดยชาวบ้านหวังว่าจะมีรายได้จากการตัดขายหญ้าเนเปียร์ทุกๆ 3 เดือน บริษัทไม่ได้สร้างโรงไฟฟ้าตามสัญญา ก็สร้างความเสียหายแถมยังเสียโอกาสที่จะนำพื้นที่ไปทำประโยชน์ด้านอื่น จึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากปลัดกระทรวงพลังงาน จากที่ก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน แล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า “ นายจำเนียรกล่าว

สำหรับทางออกของปัญหานั้น ทางวิสาหกิจชุมชนต้องการที่จะเป็นผู้ลงทุนเอง เนื่องจากทางที่ปรึกษาทั้งจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองว่าการนำก๊าซชีวภาพ ที่หมักจากหญ้าเนเปียร์มาผลิตเป็นไฟฟ้า ที่ได้รับเงินสนับสนุนในส่วนฟีดอินทารีฟ ในอัตรา 5.38บาทต่อหน่วยนั้น มีความคุ้มค่าต่อการลงทุน แต่ติดปัญหาตรงที่ไม่สามารถที่จะกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ เพราะต้องใช้วงเงินลงทุนสูงถึง 80 ล้านบาทสำหรับการผลิตไฟฟ้าขนาด 1 เมกะวัตต์

“หากกระทรวงพลังงาน เข้ามาให้ความช่วยเหลือเชื่อว่าสถาบันการเงิน น่าจะมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะชาวบ้านไม่ทราบว่าจะกู้เงินมากๆ เพื่อลงทุนโรงไฟฟ้าได้อย่างไร ก่อนหน้านี้เรามีความหวังจากนโยบายรัฐส่งเสริมให้ปลูกหญ้าเนเปียร์ แต่เมื่อเปลี่ยนนโยบาย เอกชนล้มโครงการ กลับกลายเป็นเกษตรกรที่ถูกลอยแพและขาดรายได้มากว่า 1 ปีแล้ว” นายจำเนียร กล่าว

รูปหญ้าเนเปีย
รูปหญ้าเนเปีย

 

 

 

 

 

 

**ข้อมูลจากเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 18/01/2558

 

รูปหญ้าเนเปีย

ผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ร้องรัฐหลังถูกลอยแพ

เกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ ศรีสะเกษ ร้องพลังงานช่วย หลังถูกล้มโครงการโรงไฟฟ้าลอยแพเกษตรกร

เกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ศรีสะเกษ ร้องพลังงานช่วย หลังกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเปลี่ยนนโยบายสนับสนุน และทางยูเอซี เอ็นเนอร์ยี่ ล้มโครงการโรงไฟฟ้าลอยแพเกษตรกร

นายจำเนียร นนทะวงษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจแนวคิดใหม่ในอาเซียน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยหลังการเข้าร้องเรียนปัญหาต่อนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ซึ่งได้ให้ตัวแทนจากศูนย์ดำรงธรรม ประจำกระทรวงพลังงาน รับเรื่องแทน ว่า กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหญ้าเนเปียร์ 14 ครัวเรือนที่ ลงทุนปลูกหญ้าเนเปียร์จำนวน 74 ไร่ ตั้งแต่เดือนก.พ. 2557 ได้รับความเดือดร้อนจากการยกเลิกโครงการนำร่องการผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ตามนโยบายของรัฐบาล

จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้ตัดหรือขายให้วัตถุดิบได้ เนื่องจากทางบริษัท ยูเอซี เอ็นเนอยี่ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) ได้ยกเลิกการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 1.5 เมกะวัตต์ เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านทางเงินตามข้อตกลงจากภาครัฐ

หญ้าเนเปียร์ที่มีการเพาะปลูกดังกล่าว ทางบริษัทให้ชาวบ้านปลูกเพื่อที่จะใช้เป็นท่อนพันธุ์ เพื่อขยายในพื้นที่ที่เตรียมไว้ เพื่อเป็นวัตถุดิบให้กับโรงไฟฟ้าประมาณ 900 ไร่ โดยชาวบ้านหวังว่าจะมีรายได้จากการตัดขายหญ้าเนเปียร์ทุกๆ 3 เดือน บริษัทไม่ได้สร้างโรงไฟฟ้าตามสัญญา ก็สร้างความเสียหายแถมยังเสียโอกาสที่จะนำพื้นที่ไปทำประโยชน์ด้านอื่น จึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากปลัดกระทรวงพลังงาน จากที่ก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน แล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า “ นายจำเนียรกล่าว

สำหรับทางออกของปัญหานั้น ทางวิสาหกิจชุมชนต้องการที่จะเป็นผู้ลงทุนเอง เนื่องจากทางที่ปรึกษาทั้งจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองว่าการนำก๊าซชีวภาพ ที่หมักจากหญ้าเนเปียร์มาผลิตเป็นไฟฟ้า ที่ได้รับเงินสนับสนุนในส่วนฟีดอินทารีฟ ในอัตรา 5.38บาทต่อหน่วยนั้น มีความคุ้มค่าต่อการลงทุน แต่ติดปัญหาตรงที่ไม่สามารถที่จะกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ เพราะต้องใช้วงเงินลงทุนสูงถึง 80 ล้านบาทสำหรับการผลิตไฟฟ้าขนาด 1 เมกะวัตต์

“หากกระทรวงพลังงาน เข้ามาให้ความช่วยเหลือเชื่อว่าสถาบันการเงิน น่าจะมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะชาวบ้านไม่ทราบว่าจะกู้เงินมากๆ เพื่อลงทุนโรงไฟฟ้าได้อย่างไร ก่อนหน้านี้เรามีความหวังจากนโยบายรัฐส่งเสริมให้ปลูกหญ้าเนเปียร์ แต่เมื่อเปลี่ยนนโยบาย เอกชนล้มโครงการ กลับกลายเป็นเกษตรกรที่ถูกลอยแพและขาดรายได้มากว่า 1 ปีแล้ว” นายจำเนียร กล่าว

รูปหญ้าเนเปีย
รูปหญ้าเนเปีย

 

 

 

 

 

 

**ข้อมูลจากเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 18/01/2558

 

Wood cut piece ไม้ตัด ทำแก๊ส

โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการนำวัสดุเหลือใช้และกากของเสียมาใช้ประโยชน์

โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการนำวัสดุเหลือใช้เศษไม้และกากของเสียมาใช้ประโยชน์

เชื้อเพลิงจากเศษไม้
การแปรรูปเศษไม้ไม่ใช้แล้วให้เป็นพลังงานทดแทน เป็นวิธีหนึ่งในการนำเศษไม้ไม่ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ โดยปกติการนำชีวมวลไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงานทดแทนสามารถทำได้สองแนวทางคือ

1. โดยกระบวนการทางชีวภาพ
2. โดยกระบวนการด้านความร้อน พบว่า เศษไม้จากโรงงานแปรรูปไม้และผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้มีข้อจำกัดทางองค์ประกอบทางกายภาพและเคมี ประกอบด้วยโมเลกุลของ คาร์บอน ไฮโดรเจน และธาตุต่างๆ ไม่เหมาะสมสำหรับกระบวนการแปรรูปพลังงานด้วยการใช้กระบวนการทางชีวภาพ ดังนั้น การนำเศษไม้ไม่ใช้แล้วจากโรงงานแปรรูปไม้และผลิตผลิตภัณฑ์จากไม้ไปใช้ประโยชน์ในด้านการแปรรูปเป็นพลังงาน จะใช้กระบวนการแปรรูปทางความร้อนเป็นหลัก เช่น เทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชั่น

ที่มาและองค์ประกอบของเศษไม้

เศษไม้อาจจะมีที่มาได้หลากหลาย ในที่นี้จะเน้นที่เศษไม้เหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม เช่นโรงงานเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือน และอุปกรณ์ที่ทำจากไม้ชิ้นต่างๆ
ลักษณะที่สำคัญของเศษไม้ที่ควรคำนึงในการนำไปเผาในเตาแก๊สซิฟายเออร์ มีดังนี้

ความชื้น (% นํ้าหนักเปียก) :  12 (สูงสุดไม่เกิน 25)
เถ้า (% นํ้าหนักแห้ง) :  0.5 (สูงสุดไม่เกิน 6)
ขนาด (เซนติเมตร) :  2-10

หลักการเตรียมชีวมวลให้เหมาะสมสำหรับเตาแก๊สซิฟายเออร์
 การลดขนาด: การบดหรือสับเพื่อให้ชีวมวลได้ขนาดตามต้องการ เช่น ไม้ฟืน
 การอัดแท่งหรืออัดก้อนชีวมวล: ใช้สำหรับกรณีที่ชีวมวลมีความหนาแน่นตํ่า เช่น ขี้เลื่อย ชานอ้อย ฟางข้าว ตะกอนสลัดจ์ เป็นต้น
 การทำให้แห้งหรือการลดความชื้น: เพื่อให้ชีวมวลมีค่าความชื้นอยู่ในระดับเหมาะสมต่อการใช้งาน โดยทั่วไปค่าความชื้นที่เหมาะสมควรมีค่าความชื้นไม่เกินร้อยละ 20-30
 การคัดแยกสิ่งเจือปน: การคัดแยกเศษหิน ดิน ทราย ที่ปะปนมากับวัสดุทางการเกษตร
Wood cut piece ไม้ตัด ทำแก๊ส

Wood cut piece ไม้ตัด ทำแก๊ส ชีวมวล แก๊สซิไฟเออร์

 

**ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ของกระทรวงพลังงาน

wood pellet thai sumi

วัตถุดิบต่างๆ+ชีวมวล สำหรับผลิตเชื้อเพลิงอัดเม็ดในประเทศไทย (pellet, wood pellet, biomass pellet)

วัตถุดิบต่างๆ+ชีวมวล สำหรับผลิตเชื้อเพลิงอัดเม็ดในประเทศไทย

การลงทุนเพื่อผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (pellet, wood pellet, biomass pellet) นั้นมีสิ่งที่จะต้องพิจารณาหลักๆคือ

1. Technology
ปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตรวมถึงเครื่องจักรที่ใช้ในการเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมสำหรับการอัดเม็ดและเครื่องอัดเม็ดนั้นมีค่อนข้างจะพร้อมอยู่แล้ว เรียกได้ว่าถ้ามีเงินลงทุนก็สามารถซื้อหาได้ แต่จะใช้เทคโนโลยีของใครหรือใช้เครื่องของผู้ผลิตเครื่องเจ้าไหนหรือประเทศไหนก็ขึ้นกับนโยบายการลงทุนรวมถึงประสบการณ์ของผู้ที่ต้องการลงทุน
ดังนั้นผู้ที่ต้องการลงทุนควรจะหาข้อมูลรวมถึงไปดูงานจริงให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องจักรที่พบบ่อยก็คือความคงทนของเครื่องจักร เช่นเครื่องจักรที่ผลิตจากทางประเทศจีนจะมีปัญหาอายุการใช้งานของเครื่องจักรและชิ้นส่วนเครื่องจักรเช่นลูกปืน, roller, หน้า dieplate เป็นต้น เนื่องจากที่ประเทศจีนนั้นใช้เหล็ก recycle เป็นวัตถุดิบในการผลิตได้
การที่อายุการใช้งานของชิ้นส่วนนั้นสั้นทำให้ต้องมีการหยุดการผลิตเป็นระยะๆเพื่อซ่อมบำรุงซึ่งทำให้สิ้นเปลืองแรงงาน ค่าชิ้นส่วน รวมถึง down time ทำให้กำลังการผลิตโดยรวมลดลง เหล่านี้จะทำให้หลายๆคนเริ่มจะผลิตชิ้นส่วนที่สำคัญๆของเครื่องจักรอัดเม็ดในไทยเองเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
โดยคร่าวๆแล้ว ถ้าจะต้องการผลิตพวกชีวมวลอัดเม็ดที่กำลังการผลิตประมาณ 2-4 ตันต่อชั่วโมง เงินลงทุนจะอยู่ที่ประมาณ 15-20 ล้านบาทขึ้นกับชนิดของวัตถุดิบ (การเตรียมวัตถุดิบให้อยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการอัด)

2. Logistic cost ของวัตถุดิบและชีวมวลที่อัดเม็ดแล้ว
ที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายในการรวบรวมวัตถุดิบชีวมวลมายังโรงงานอัดเม็ดซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับการส่งชีวมวลที่อัดเม็ดแล้วไปยังท่าเรือหรือโรงงานผู้ซื้อ ทั้งนี้เนื่องจากวัตถุดิบที่รวบรวมมาอาจจะยังมีน้ำหนักเบา (Bulk density ต่ำมาก) ซึ่งทำให้ค่าขนส่งค่อนข้างสูง รวมถึงยังมีความชื้นสูงซึ่งทำให้บางครั้งการขนส่งชีวมวลนั้นเป็นการขนส่งส่วนที่เป็นน้ำถึงครึ่งหนึ่งของน้ำหนักหรือมากกว่า เช่นหญ้าเนเปียร์มีความชื้นสูงได้ถึง 70% หรือมากกว่านั้น เป็นต้น
ดังนั้นการขนส่งวัตถุดิบเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ดี ซึ่งจะรวมถึงการเก็บเกี่ยววัตถุดิบด้วย เช่นการวางแผนการเก็บเกี่ยวหญ้าเนเปียร์  ระยะทางจากจุดที่มีชีวมวลอยู่ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เป็นต้น
นี่เป็นที่มาที่ทำให้เกิดการรวมกลุ่มเกษตรกร เช่นเกษตรกรในภาคอีสานมีการรวมตัวกันเพื่อรวบรวมชีวมวลมาเป็นวัตถุดิบเพื่อป้อนเข้าสู่โรงงาน การเปิดที่รับซื้อชีวมวลในหลายๆพื้นที่เพื่อเป็นการรวบรวมวัตถุดิบ
ดังนั้น ก่อนที่จะลงทุนผลิตชีวมวลอัดเม็ดก็จำเป็นจะต้องพิจารณาศักยภาพในส่วนนี้ด้วย

3. Raw material biomass (Type, Size, availability, collectability, etc)
ชนิดของวัตถุดิบก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากวัตถุดิบชีวมวลนั้นมีหลากหลายและอยู่ในสภาพที่แตกต่างกัน วัตถุดิบที่มีความง่ายในการรวบรวมหรืออยู่ในสภาพที่ง่ายต่อการอัดเม็ดก็จะมีราคาสูง เช่น ขี้เลื่อยและแกลบ เป็นต้นซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้สามารถนำไปทำประโยชน์ได้หลายทางอยู่แล้ว ความต้องการจึงมีสูงทำให้ราคานั้นสูงตามไปด้วย
วัตถุดิบอื่นๆเช่น เหง้ามันสำปะหรัง, เปลือกไม้, หญ้าเนเปียร์, ต้นอ้อยและต้นข้าวโพด, ใบสัปปะรด, ฟางข้าว เป็นต้น นั้นก็มีความยากง่ายในการจัดการต่างกัน ค่าใช้จ่ายในการจัดการวัตถุดิบเหล่านี้ให้พร้อมสำหรับการนำมาอัดเป็นเม็ดก็รวมถึง
3.1 การนำวัตถุดิบออกมาจากพื้นที่ เช่นเหง้ามันสำปะหรังซึ่งก็ต้องมีการขุด, ต้นข้าวโพดที่ต้องมีการตัด เป็นต้น
ความยากง่ายในการได้วัตถุดิบในแต่ละช่วงของปี รวมถึงฤดูกาล ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณา

3.2 การเตรียมให้วัตถุดิบข้างต้นให้มีขนาดที่เหมาะสมกับการอัด เช่น การบด การสับ เครื่องร่อนแยกขนาด เป็นต้น

3.3 การเตรียมวัตถุดิบที่สับหรือบดแล้วให้แห้งพอเหมาะสำหรับการอัด เช่นความชื้น 15-20% ซึ่งก็จำเป็นที่จะต้องมีลานตากแห้ง หรือเครื่องอบแห้ง (dryer) 

สำหรับการใช้งาน wood pellet นั้นได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่ากรณีการใช้น้ำมันเตามากกว่า 50% แต่ทั้งนี้ก็จำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงระบบเตาเผาจากเตาเผาระบบน้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงอัดเม็ดแทนแต่การคืนทุนปกติก็จะไม่เกิน 1.5-2 ปี

แนวโน้มความต้องการชีวมวลอัดเม็ด (wood pellet)
ปัจจุบันนอกจากความต้องการในประเทศแล้วก็ยังมีความต้องการชีวมวลอัดเม็ดเป็นอย่างมากในต่างประเทศเช่น ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ เป็นต้น ซึ่งความต้องการดังกล่าวนั้นยังมีมากกว่าปริมาณที่ประเทศไทยผลิตอยู่ในปัจจุบันถึง 3 เท่าตัว โดยยังมีแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการที่ประเทศดังกล่าวมีการกำหนดกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการบังคับให้ใช้ชีวมวลเป็นเชื้อเพลิงทั้งในอุตสาหกรรมและครัวเรือน
ความต้องการดังกล่าวผลักให้ราคาชีวมวลอัดเม็ดเพิ่มขึ้นสูงถึงเกือบประมาณ 120-140 เหรียญดอลล่าต่อตัน (4000-4500 บาทต่อตัน)

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่

http://www.thaisumi.com

 

wood pellet thai sumi
wood pellet thai sumi

 

pellet machine - เครื่องอัดเม็ด
pellet machine – เครื่องอัดเม็ด
ตอไม้ยางพารา

เชื้อเพลิงจากตอไม้ยางพารา – มูลค่าที่มองข้ามไม่ได้

เชื้อเพลิงจากตอไม้ยางพารา – มูลค่าที่มองข้ามไม่ได้

เดิมต้นยางพาราที่ถูกโค่นมักจะถูกแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ แต่ตอไม้ยางมักจะไม่ถูกนำมาใช้งานเนื่องจากต้นทุนในการขุดยังมีสูงและราคาขายยังต่ำมากอยู่

แต่เนื่องจากปัจจุบันเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นมากทำให้ตอไม้ยางมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น การนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงจึงมีความน่าสนใจและเป็นไปได้มากขึ้นโดยราคาอาจจะสูงถึงตันละ 1,000 กว่าบาท

โรงงานที่รับซื้อตอไม้ยางพาราเพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงโดยตรงหรือแปรรูปก่อนก็มี เช่น โรงงานชีวมวลและแปรรูปชีวมวลให้เป็นเชื้อเพลิงที่มีขนาดเหมาะสำหรับเตาเผา โรงไฟฟ้าชีวมวล โรงรมยาง โรงงานที่มีใช้ไอน้ำ เป็นต้น เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงจากตอไม้ยางพารามีราคาถูกกว่าแก๊สและน้ำมัน

ไม้ยางพารา ตอไม้ยางพารา

 

Bamboo tree biomass charcoal carbonization

หญ้าเนเปียร์ เชื้อเพลิงชีวมวล คุ้มหรือไม่คุ้ม? (2 + ไม้ไผ่)

มีหลายๆๆๆๆคนถามผมเข้ามาเกี่ยวกับโปรเจคหญ้าเนเปียร์เพราะช่วงนี้บูมมากเหลือเกิน เช่นเดียวกันกับไม้ไผ่ก็บูมเช่นเดียวกัน ทางภาคเหนีอมีสนับสนุนให้ปลูกกันเยอะและก็มีคนที่ตั้งโรงงานรับซื้อไม้ไผ่เพื่อเอามาแปรรูปกันอยู่ด้วยครับ เห็นว่าสนับสนุนกันจนมีไม้ไผ่เยอะมากพอที่จะสร้างโรงไฟฟ้าได้แล้ว

ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าเกี่ยวกับชีวมวลแล้วเรื่องที่ยาก (ทั้งเรื่องแรงงาน การขนส่ง ค่าใช้จ่าย ฯลฯ) ก็คือกระบวนการรวบรวมมาเข้าโรงงานและการเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมป้อนเข้า reactor นะครับ โดยเฉพาะหญ้าเนเปียร์ที่มีความชื้นเยอะๆ เป็นต้น

อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ก็คือการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมครับ โรงไฟฟ้าชีวมวลหลายๆที่มีปัญหากับชาวบ้านข้างเคียงเหมือนกันครับ รวมทั้งค่าใช้จ่ายถ้าจะทำระบบป้องกันด้านสิ่งแวดล้อมให้ดีมีต้นทุนที่สูงมากๆ ต้องเผื่อส่วนนี้ไว้ให้เยอะพอ มีหลายโรงงานที่ต้องย้ายโรงงานเพราะเรื่องสิ่งแวดล้อมนี่่แหละครับ

ส่วนเรื่องการส่งออกทั้งตะเกียบและถ่านอัดแท่งที่ทำอยู่ผมก็ว่ามันยังไปได้นะครับ เทียบกับสิบกว่าปีก่อนตอนนี้กลายเป็นความต้องการสูงกว่าเดิมเยอะเพราะชีวมวลขาดแคลนไปทั่วโลกเลยครับ เมืองไทยโชคดีที่ปลูกอะไรก็ขึ้นครับ ว่าแต่จะปลูกอะไรดีเท่านั้นแหละ ผมเองคิดว่าก็แล้วแต่ใครชอบอะไรเป็นพิเศษด้วยมั๊งครับ เพราะคุยกันกับลูกค้าที่มีที่แล้วอยากลงทุนปลูกพืชพลังงานหรือชีวมวลทีไรชอบบอกว่าชอบโน่น ไม่อยากทำนี่ เปลี่ยนใจกันยากครับ… 55

Bamboo tree biomass charcoal carbonization
Bamboo tree biomass charcoal carbonization
Bamboo tree biomass charcoal carbonization

หญ้าเนเปียร์ เชื้อเพลิงชีวมวล คุ้มหรือไม่คุ้ม? (2 + ไม้ไผ่)

มีหลายๆๆๆๆคนถามผมเข้ามาเกี่ยวกับโปรเจคหญ้าเนเปียร์เพราะช่วงนี้บูมมากเหลือเกิน เช่นเดียวกันกับไม้ไผ่ก็บูมเช่นเดียวกัน ทางภาคเหนีอมีสนับสนุนให้ปลูกกันเยอะและก็มีคนที่ตั้งโรงงานรับซื้อไม้ไผ่เพื่อเอามาแปรรูปกันอยู่ด้วยครับ เห็นว่าสนับสนุนกันจนมีไม้ไผ่เยอะมากพอที่จะสร้างโรงไฟฟ้าได้แล้ว

ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าเกี่ยวกับชีวมวลแล้วเรื่องที่ยาก (ทั้งเรื่องแรงงาน การขนส่ง ค่าใช้จ่าย ฯลฯ) ก็คือกระบวนการรวบรวมมาเข้าโรงงานและการเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมป้อนเข้า reactor นะครับ โดยเฉพาะหญ้าเนเปียร์ที่มีความชื้นเยอะๆ เป็นต้น

อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ก็คือการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมครับ โรงไฟฟ้าชีวมวลหลายๆที่มีปัญหากับชาวบ้านข้างเคียงเหมือนกันครับ รวมทั้งค่าใช้จ่ายถ้าจะทำระบบป้องกันด้านสิ่งแวดล้อมให้ดีมีต้นทุนที่สูงมากๆ ต้องเผื่อส่วนนี้ไว้ให้เยอะพอ มีหลายโรงงานที่ต้องย้ายโรงงานเพราะเรื่องสิ่งแวดล้อมนี่่แหละครับ

ส่วนเรื่องการส่งออกทั้งตะเกียบและถ่านอัดแท่งที่ทำอยู่ผมก็ว่ามันยังไปได้นะครับ เทียบกับสิบกว่าปีก่อนตอนนี้กลายเป็นความต้องการสูงกว่าเดิมเยอะเพราะชีวมวลขาดแคลนไปทั่วโลกเลยครับ เมืองไทยโชคดีที่ปลูกอะไรก็ขึ้นครับ ว่าแต่จะปลูกอะไรดีเท่านั้นแหละ ผมเองคิดว่าก็แล้วแต่ใครชอบอะไรเป็นพิเศษด้วยมั๊งครับ เพราะคุยกันกับลูกค้าที่มีที่แล้วอยากลงทุนปลูกพืชพลังงานหรือชีวมวลทีไรชอบบอกว่าชอบโน่น ไม่อยากทำนี่ เปลี่ยนใจกันยากครับ… 55

Bamboo tree biomass charcoal carbonization
Bamboo tree biomass charcoal carbonization
napier grass, หญ้าเลี้ยงช้าง, หญ้าเนเปีย, ไฟฟ้า

Napier Grass as raw material for gasification process to generate electricity

Napier Grass as raw material for gasification process to generate electricity.

ภาษาไทยคลิ๊กที่นี่!

Napier grass is becoming a popular biomass for gasification process to generate electricity in Thailand. Government office also issued the project that subsidizes napier grass as raw material for power plants.

The critical factors for Napier grass for power plants projects are harvesting of the grass, moisture content in the grass, transportation to the preparation factory, and making the dried grass into pellet form or else to be able to use in the reactor of gasification process.

Muddy area can be problem for harvesting and the moisture content in the grass can be as high as 70% (not included the water from rain if the case), causing high cost to dry the grass. Transportation cost and pelletizing cost are also to be considered too. Raw material preparation process includes;

Biomass chipper/cutting
Biomass material: Sugar cane stalks or Napier Grass stalks or similar can be mixed and used in most gasifier. Also woody biomass like wood chips or coconut shells can also be used but they might require a chipping or good cutting technology.

Sample of Output chip/strand size required:
Preferred:    sum of average chip/strand dimensions (L + W + H) at 50 mm
Maximum:     sum of average chip/strand dimensions (L + W + H) at 75 mm
Moisture content input biomass from 50-70% (by weight)
Throughput: minimum 5.0 tph fresh biomass per unit for 1 MWatt power plant size.
Auxilliaries: (i) dust collection system.  (ii) dust storage system.

Biomass Drying Unit
Technology type:  Rotary dryer or Columnar type dryer
Fuel:  Biomass (grass itself, wood chips, waste wood), LPG, also Drying heat source: ambient air diluted hot gen set exhaust. Direct gen set exhaust will be between 430 and 470 Deg C and we will dilute down temperature with air to required dryer operating temperature.

Chip/strand size input:
Expected Average:      sum of average chip/strand dimensions (L + W + H) at 50-75 mm
Expected Maximum:    sum of average chip/strand dimensions (L + W + H) at 100 mm

Moisture content input biomass (maximum 70% moisture content;  target output moisture content at maximum 18-20%

Auxilliaries: (i) feed system  (ii) discharge system.

This is just sample idea about the raw material preparation and gasifier related machines.

Napier grass, elephant grass, Thai Sumi, www.thaisumi.com