Tag Archives: เผาถ่าน

ไม้ยูคา ไม้โกงกาง ไม้ยางพารา ท่อนไม้

พ.ร.บ.สวนป่าฉบับใหม่ ตัดบัญชีแนบท้ายไม้เศรษฐกิจ ไม้ยางพารา ไม้ยูคา ไม้โกงกาง 2558

พ.ร.บ.สวนป่าฉบับใหม่ ตัดบัญชีแนบท้ายไม้เศรษฐกิจ ไม้ยางพารา ไม้ยูคา ไม้โกงกาง 2558

วันนี้ (5 ก.พ.2558) ที่รัฐสภา ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ พ.ร.บ.สวนป่า (ฉบับที่….) พ.ศ…. (แก้ไข พ.ร.บ.สวนป่า พ.ศ. 2535) ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระ 2 โดยมีสาระที่สำคัญ เรื่อง การนิยามคำว่า “สวนป่า” ซึ่งหมายความว่าที่ดินที่ได้ขึ้นทะเบียนเพื่อทำการปลูกและบำรุงรักษาต้นไม่ตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มและถอนรายชื่อต้นออกจากบัญชีแนบท้ายได้ โดยให้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา จากเดิมที่นำเข้าไปแต่ไม่สามารถนำออกได้ ทั้งนี้ ได้มีการตัดรายชื่อต้นไม้ที่อยู่ในบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.จำนวน 8 รายการ จากที่ ครม.เสนอเข้ามาจำนวน 66 รายการ เช่น ยางพารา มะฮอกกานี โกงกาง ยูคาลิปตัส กระถิน สนประดิพัทธ์ เสม็ด เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตเกษตรกรและเพื่อความเหมาะสม ส่วนผู้ที่ต้องการขึ้นทะเบียนตาม พ.ร.บ.สวนป่า เป็นไปตามด้วยความสมัครใจ โดยหากขึ้นทะเบียนแล้วก็จะได้รับสิทธิ์ต่างๆ โดยไม่ต้องเสียค่าทะเบียน

สำหรับโทษผู้ที่ฝ่าฝืนจากเดิมมีทั้งโทษอาญา ทั้งจำคุกและปรับ กรรมาธิการฯ เห็นว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นการส่งเสริม ดังนั้นควรจะให้มีบทลงโทษทางปกครองแทน โดยดูเรื่องเจตนาเป็นหลัก หากมีการละเมิดก็ใช้วิธีการตักเตือน และที่สุดคือการถอนการขึ้นทะเบียนสวนป่า โดยผู้ทำสวนป่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยไม่จัดทำบัญชีแสดงชนิดจำนวนไม้ที่ปลูกตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด กรรมาธิการได้ตัดโทษจำคุกออก เหลือเพียงโทษปรับ 10,000 บาท หรือหากทำบัญชีเป็นเท็จ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ส่วนกรณีความผิดจากการค้า มีไว้ในครอบครอง หรือนำไม้มาสวมตอ จะมีความผิดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ

ทั้งนี้ การปรับปรุงแก้ไขมาจาก พ.ร.บ.สวนป่า ปี 2535 ที่มีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสม และเป็นอุปสรรคต่อการสนับสนุน ส่งเสริมให้มีการปลูกสร้างสวนป่า รวมทั้งเป็นปัญหาอุปสรรคในการแปรรูปไม้ และการออกใบรับรองไม้ที่ได้มาจากการทำสวนป่า และความไม่ชัดเจนของสถานะของสัตว์ป่าหรือของป่าในสวนป่า ดังนั้นสมควรต้องแก้ไขหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนสวนป่า และปรับปรุงมาตรการในการกำกับดูแลและแก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อเป็นมาตรการในการส่งเสริมและจูงใจให้มีการปลูกสร้างสวนป่า ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการพื้นที่ป่าไม้ของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และกำหนดบทนิยามของป่า จากเดิมที่สวนป่ามีแค่ 2 ชนิด แต่ของใหม่ได้เพิ่มขึ้นมาอีก 62 ชนิด เป็น 64 ชนิด และที่ผ่านมาความต้องการไม้เพิ่มมากขึ้น หลังจาก 25 ปีที่ปิดป่า และตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มพื้นป่าเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2567 จากเดิมที่มี 32 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังสอดคล้องกับการส่งเสริมการค้าไม้ต่างประเทศ ให้นำไม้ซึ่งมีที่มาที่ไปแปรรูปขายไปยังต่างประเทศ และสอดรับกับการจัดสรรที่ดินให้เอกชน ซึ่งบางพื้นที่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ก็ให้ทำเป็นรูปแบบสหกรณ์เพราะบางแปลงเหมาะกับการทำสวนป่า ทั้งนี้ยังมีข้อที่น่าเป็นห่วงและได้พยายามแก้ไขทั้งเรื่อง การจัดสรรที่ดิน การเปิดให้สามารถเคลื่อนย้ายไม้ได้ง่ายขึ้น หรือการอนุญาตให้ตั้งโรงเรื่อยไม้ในพื้นที่รายแปลงตามที่กำหนดเพื่ออำนวยความสะดวก

โดยหลังจากสมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวาง ในที่สุดที่ประชุมมีมติเห็นสมควรให้ประกาศใช้ พ.ร.บ.สวนป่าเป็นกฎหมายต่อไป ด้วยคะแนน 185 ต่อ 2 เสียง และ งดออกเสียง 5 เสียง

ด้าน พล.อ.ดนัย มีชูเวท ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สนช.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สวนป่า กล่าวว่า ตนอยากทำความเข้าใจกับเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ กล่าวคือ ให้ประชาชนลงทะเบียนสวนป่าตามสมัครใจ โดยจะได้รับสิทธิ์ครอบคลุมไม่เสียค่าขึ้นทะเบียน จะทำการตัด ทำไม้ หรือขอใบรับรองจากกรมป่าไม้แบบยั่งยืนได้ การแปรรูปไม้ นำไม้เคลื่อนที่ การหาของป่าโดยไม่เสียค่าบำรุงหรือค่าภาคหลวง ยืนยันว่าจะไม่กระทบกับคนทั่วไปหรือผู้ประกอบการรายย่อย เช่น ผู้ที่ทำสวนป่ารายย่อยที่ตัดต้นยางพาราไปส่งแค่โรงงาน หรือถ้านำออกไปในประเทศจีนไม่ต้องใช้ใบรับรองต้นกำเนิด แต่ถ้านำออกไปยุโรปต้องใช้ ฉะนั้นจะกระทบแต่กับผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายเท่านั้น

“โดยภาพรวมเราได้ทำ พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้มีความอ่อนตัวในทางปฏิบัติ เช่น บางคนทำบัญชีจำนวนไม้ผิดพลาด เดิมโทษมีทั้งทางอาญาจำคุก และโทษปรับ แต่เราเห็นว่าแก้ไข พ.ร.บ.นี้เพื่อส่งเสริม จึงต้องดูระดับว่าควรทำอย่างไร จึงได้ใช้โทษทางปกครอง คือหากทำบัญชีผิดจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม จะถูกเจ้าหน้าที่ตักเตือนก่อน แต่ถ้ายังแสดงเจตนาไม่แก้ไข ก็จะมีโทษทางปกครองคือถอนทะเบียนออกไปและไม่ให้ขึ้นทะเบียนสวนป่า ซึ่งจะต้องกลับไปเข้า พ.ร.บ.ป่าไม้ ป่าสงวนเช่นเดิมจะไม่ได้รับสิทธิในการเคลื่อนที่ไม้ การตั้งสถานที่แปรรูปไม้ การเก็บของป่าจะต้องมีการเสียภาคหลวง โดยจะเป็นการปรับดีกรีบทลงโทษให้ลดลง เว้นเรื่องโทษเกี่ยวกับการแปรรูปไม้ที่ไปเอาไม้จากที่อื่นมาสวมตอ หรือแปรรูปก็ยังคงโทษไว้ตาม พ.ร.บ.เดิม หากในอนาคตทุกคนพร้อมและอยากจะเข้าร่วมก็จะมีการปรับปรุงกฎหมาย เพราะมีการเปิดทางให้เพิ่มเติมชื่อไม้ โดยเสนอความต้องการมาตามขั้นตอนเช่นทำประชาพิจารณ์เสนอผ่านกรมป่าไม้เพ่อส่งมายัง ครม. และพิจารณาให้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา รวมถึงหากเห็นควรให้ถอนชื่อต้นไม้ออกจากบัญชีท้ายได้ด้วยเช่นกัน” พล.อ.ดนัยกล่าว

ไม้ยูคา ไม้โกงกาง ไม้ยางพารา ท่อนไม้
ไม้ยูคา ไม้โกงกาง ไม้ยางพารา ท่อนไม้

**อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์วันที่ 05/02/2558

 

 

เตาเผาถ่านกะลามะพร้าว

เตาเผาถ่าน รูปเตาเผาถ่านญี่ปุ่น ถ่านไม้หรือถ่านกะลามะพร้าวก็ได้ – carbonization kiln

เตาเผาถ่าน รูปเตาเผาถ่านญี่ปุ่น (Carbonization kiln for wood, coconut shell, biomass to charcoal)

เป็นแบบ Batch Operation เริ่มต้นด้วย Burner ใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิง หลังจากนั้นควันที่ออกมาจะสามารถเก็บน้ำส้มควันไม้และกำจัดควันได้ดี (แต่ไม่ทั้งหมด)

เป็นเตามือสองจากญี่ปุ่นครับ ใครสนใจก็ติดต่อมาสอบถามได้

ขนาดเตาโดยคร่าวๆ กว้างและสูงประมาณ 2.5 เมตร โดยตัวเตาด้านในสามารถยกได้โดยใช้เครน (เตาในมีขนาด 1.1 เมตร สูงประมาณ 1.3 เมตร)

www.thaisumi.com

เตาเผาถ่านกะลามะพร้าว
เตาเผาถ่านกะลา
เตาเผาถ่านไม้
เตาเผาถ่านไม้
กำจัดควัน
กำจัดควัน
เตา recovery ควันเผาถ่าน
เตา recovery ควันเผาถ่าน
รูป burner เตาเผาถ่าน
รูป burner เตาเผาถ่าน

 

น้ำส้มควันไม้

น้ำส้มควันไม้ (Wood Vinegar) – คุณค่าจากธรรมชาติ

น้ำส้มควันไม้ (Wood Vinegar) – คุณค่าจากธรรมชาติ

น้ำส้มควันไม้ หรือ Wood Vinegar นั้นเป็นของเหลวสีน้ำตาลใส ได้มาจากการควบแน่นของควันที่เกิดระหว่างการเผาถ่านซึ่งจะเก็บในช่วงอุณหภูมิปล่องควันอยู่ระหว่าง 80-150 องศาเซลเซียส

หลังจากนั้นนำมาตั้งทิ้งไว้ประมาณ 3 เดือน เพื่อให้สารที่เป็นน้ำมันดินตกตะกอน เมื่อนำไปผ่านกระบวนการกรองก็จะได้น้ำส้มควันไม้ที่มีคุณภาพโดยมีคุณสมบัติเป็นสารประกอบที่มีฤทธิ์เป็นกรดและประกอบด้วยสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ที่มีประโยชน์มากมายหลายชนิด คุณภาพของน้ำส้มควันไม้ขึ้นกับชนิดของไม้ที่นำมาเผาเป็นถ่านและกระบวนการเก็บน้ำส้มควันไม้ที่ถูกต้อง

น้ำส้มควันไม้จึงสามารถใช้ได้ทั้งการเป็นสารกำจัดศัตรูพืชในแปลงนา และกำจัดแมลงในครัวเรือนด้านเกษตร (ไม่เหมาะกับดินเปรี้ยว) ใช้กำจัดเชื้อราและไส้เดือนฝอยในดินช่วงเตรียมแปลงเพาะปลูก

การใช้งานให้ใช้นำส้มควันไม้ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร หรือน้ำส้ม 20 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ปี๊บผสมน้ำฉีดพ่นทิ้งไว้ก่อนลงกล้าอย่างน้อย 15 วันกรณีต้องการเร่งใบ หรือใช้ป้องกันศัตรูพืชและแมลงทุกชนิด (ช่วงที่เป็นต้นกล้า) ก็ผสมน้ำส้ม 1/5 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร หรือน้ำส้ม 4 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ฉีดพ่นอาทิตย์ละครั้ง (7 วันต่อครั้ง ในช่วงที่พืชโต ก็ผสมน้ำส้ม 1/2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร หรือน้ำส้ม 10 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ฉีดพ่นอาทิตย์ละครั้ง เพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืชทั้งหลายสำหรับการใช้ในครัวเรือน นำน้ำส้ม 5 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 1 ลิตร ฉีดพ่น หรือราดทั่วบริเวณที่มีปลวกและแมลงสาบ หรือผสมน้ำส้ม 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 1 ลิตร ผสมน้ำถูพื้นบ้านเพื่อป้องกันและขับไล่มด, สัตว์เลื้อยคลานในบ้าน กรณีห้องน้ำ, บริเวณบ้าน, กรงสัตว์เลี้ยงมีกลิ่นอับใช้น้ำส้ม 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตรผสมน้ำฉีดพ่น หรือราดบริเวณที่ต้องการดับกลิ่น

น้ำส้มควันไม้

เตาอิวาเตะ

 

เตาอิวาเตะ

แนวทางเกษตรอินทรีย์และน้ำส้มควันไม้ที่ได้จากการเผาถ่านอิวาเตะ

แนวทางเกษตรอินทรีย์และน้ำส้มควันไม้ที่ได้จากการเผาถ่านจากเตาอิวาเตะ
— บทความดีๆขอเอามาแชร์เพื่อเป็นความรู้ครับ —
แนวคิดของการจัดตั้งโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์ ก็เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในการปฏิบัติจริงในแปลงนาตลอดฤดูการผลิต เป็นการทำแปลงนาในระบบวิจัย มีการแลกเปลี่ยนเพื่อหาความรู้ในการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพราะถึงแม้เกษตรในเครือข่ายจะปรับเปลี่ยนจากการใช้สารเคมีมาใช้ปุ๋ยชีวภาพแทน แต่พวกเขายังขาดความมั่นในในการผลิต ดังนั้น การทำโครงการนี้จะทำให้เกษตรกรได้ความรู้อย่างถูกต้องในการผลิตข้าวไร้สารพิษ?ก่อนจะทำโรงเรียนชาวนาได้ จะต้องอบรมแกนนำก่อนว่า แกนนำมีบทบาทอะไร มีหน้าที่อะไร ต้องคุยกับชาวบ้าน กระตุ้นชาวบ้านอย่างไร ผมพยายามกระจายความรู้ แนวคิดของชาวบ้านไปสู่ชุมชน เพราะเราได้แกนนำชาวบ้านมาประมาณ 80 คน เราต้องทำอะไรให้ได้เพิ่มขึ้น ให้ทุกคนมาเรียนรู้ร่วมกัน ที่สำคัญต้องเหมาะสมกับพวกเขา ก็ให้แกนนำแต่ละคนไปเริ่มต้นที่ที่ตั้งของตัวเอง ไปคุยไปตกลงกันเองว่า โรงเรียนชาวนาของพวกเขาจะเป็นอย่างไร ให้พวกเขาคิดกันเอง แรกๆ เราจะเหนื่อยหน่อย เพราะต้องไปทุกจุด ไปให้แนวคิด ไปร่วมทำกับเขา?ด้วยโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์แต่ละแห่ง ตั้งกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ จึงมีแนวคิดของการสร้างความเชื่อมโยงด้วยการทำ ‘แปลงนารวม’ เพื่อเป็นเวทีเรียนรู้ร่วมกันในเรื่องของการปรับปรุงพันธุ์ การประชาสัมพันธ์ผลงานกลุ่ม ทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพแกนนำไปในตัวโรงเรียนชาวนาแต่ละแห่ง เจ้าของแปลงนา ก็คือ ครูใหญ่ไปโดยปริยาย นักเรียน ก็คือ ชาวนาที่ทำนาอยู่รอบๆ โรงเรียนชาวนานั้นๆ ขณะที่แปลงนาทำหน้าที่เป็น ‘ตำรา’ รวมถึงเป็นพื้นที่ ‘ท้าพิสูจน์’ ด้วย โดยใช้เวทีพบปะพูดคุยซึ่งกำหนดไว้ 7 เวที เป็นเวทีสรุปผล?ให้ท้าพิสูจน์เปรียบเทียบกับแปลงนาที่ใช้ปุ๋ยเคมี โดยแปลงของเราใช้ปุ๋ยชีวภาพที่ผลิตกันเอง แล้วทำการเก็บตัวเลข โดยเวทีแรกตั้งแต่วันประชุมว่า จะปักดำวันไหน ปักดำนาต้องใช้ต้นกล้ากี่ต้น ระยะห่างเท่าไหร่ ให้เขาคุยกันเอง เวทีที่สองเขาจะต้องเตรียมอุปกรณ์ เช่น ปุ๋ย คน แล้วก็ทำแปลงเพาะกล้า เวทีที่สาม คือ ปักดำ เวทีที่สี่ คือ ช่วงข้าวแตกกอ เวทีที่ห้า ข้าวกำลังตั้งท้อง เวทีที่หกเป็นช่วงเก็บเกี่ยว เวทีที่เจ็ดเขาต้องเอาข้อมูลทั้งหมดมาสรุปเป็น 7 เวทีด้วยกัน?นี่คือ 7 เวทีของการทำงานวิจัยชาวบ้าน เป็นเวทีของการสร้างองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ที่สำคัญเป็นเวทีที่ฟื้นวัฒนธรรมเก่าๆ ของชุมชนขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งประเพณีการลงแขกถอนกล้า ดำนา และเกี่ยวข้าว?วันนี้ผมได้ยินเด็กคนหนึ่งพูดว่า พ่อแม่ผมทำนา แต่ผมไม่เคยทำนา วันนี้ผมได้ทำเป็นวันแรก การดึงเด็กให้เข้ามามีส่วนร่วมในโรงเรียนชาวนานั้น ผมอยากให้เด็กสมัยใหม่เข้าใจว่า กว่าจะได้ข้าวสักเม็ดมันเหนื่อยขนาดไหน เด็กบางคนไม่รู้จักต้นข้าว แต่กินข้าวทุกวัน มันไม่ใช่แล้ว ในฐานะที่เราเป็นเมืองเกษตร จะเป็นครัวของโลก เด็กไทยต้องรู้รายละเอียดให้มากกว่านี้?ยุทธนา ตั้งความหวังไว้อีกว่า การร่วมกิจกรรมแบบนี้ จะทำให้เด็กในโรงเรียน หรือเด็กที่กำลังโต ได้มีโอกาสเห็นว่าระบบเกษตรอินทรีย์เป็นอีกทางเลือกของการประกอบอาชีพได้ แล้วเขาจะไม่ละทิ้งอาชีพนี้ ไม่หนีห่างครอบครัวและชุมชนเหมือนที่เป็นเช่นปัจจุบันรวมพลังคนเอาถ่านหนึ่งในข้อแม้ของการทำโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์ ก็คือ ทุกโรงเรียนต้องไปทำ ‘เตาอิวาเตะ’ ของตัวเอง เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้เรียนรู้เรื่องพลังงานยั่งยืน เรื่องการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม การใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เหลือ?คุณอยากรู้เรื่องอะไร ผมเอาอาจารย์มาบอกวิธีทำให้คุณแล้ว ตอนเขาไปทำมันอาจจะไม่เหมือนต้นแบบ แต่เขาได้แนวคิด ได้วิธีการ ส่วนจะได้ออกมาอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาเอง?เตาเผาถ่านอิวาเตะ เป็นเตาเผาถ่านที่มีประสิทธิภาพสูง รูปทรงของเตาคล้ายๆ หยดน้ำ ด้วยรูปทรงและสัดส่วนที่เหมาะสม ส่งผลให้เวลาเผาถ่าน จะมีความร้อนและการไหลเวียนของอากาศภายในเตาสม่ำเสมอเตาอิวาเตะจัดอยู่ในประเภทเตาดินเหนียวเผา สร้างได้โดยใช้วัตถุดิบราคาถูกในท้องถิ่นแต่ได้ถ่านคุณภาพสูง

เตาอิวาเตะ

ต้นแบบของเตามาจากเมืองอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นเตาดั้งเดิมที่สุดแบบหนึ่ง เตาแบบนี้มีโครงสร้างถาวร และมีข้อได้เปรียบในเรื่องของการป้องกันและควบคุมกระบวนการคาร์บอนไนเซชันได้มากกว่า การผลิตในแต่ละครั้งจะได้ถ่านประมาณ 15 – 20 กระสอบป่าน และได้น้ำส้มควันไม้ประมาณ 120 – 180 ลิตร ต่อการเผา 1 ครั้งผลผลิตจากกระบวนการผลิตถ่านเมื่อไม้สลายตัวด้วยความร้อน จะให้ผลผลิตดังนี้ ถ่านไม้ ประมาณ 25%, ของเหลวที่กลั่นตัวได้ (Distilled Liquids) ประมาณ 50% และแก๊สที่กลั่นตัวไม่ได้ (Undistilled Gas) ประมาณ 25%น้ำส้มควันไม้ : คุณค่าจากธรรมชาติน้ำส้มควันไม้ (Wood Vinegar) เป็นของเหลวสีน้ำตาลใสที่ได้มาจากการควบแน่นของควันที่เกิดจากการเผาถ่าน ซึ่งจะเก็บในช่วงอุณหภูมิปล่องควันอยู่ระหว่าง 80-150 องศาเซลเซียส จากนั้นนำมาเก็บไว้ในภาชนะพลาสติก ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 3 เดือน เพื่อให้สารที่เป็นน้ำมันดินตกตะกอน เมื่อนำไปผ่านกระบวนการกรอง จะได้น้ำส้มควันไม้ที่มีคุณภาพ โดยมีคุณสมบัติเป็นสารประกอบที่มีฤทธิ์เป็นกรด และประกอบด้วยสารที่มีประโยชน์หลายชนิด น้ำส้มควันไม้จึงสามารถใช้ได้ทั้งการเป็นสารกำจัดศัตรูพืชในแปลงนา และกำจัดแมลงในครัวเรือนด้านเกษตร (ไม่เหมาะกับดินเปรี้ยว) ใช้กำจัดเชื้อราและไส้เดือนฝอยในดิน (ช่วงเตรียมแปลงเพาะปลูก) โดยใช้นำส้มควันไม้ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร หรือน้ำส้ม 20 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ปี๊บผสมน้ำฉีดพ่นทิ้งไว้ก่อนลงกล้าอย่างน้อย 15 วันกรณีต้องการเร่งใบ หรือใช้ป้องกันศัตรูพืชและแมลงทุกชนิด (ช่วงที่เป็นต้นกล้า) ก็ผสมน้ำส้ม 1/5 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร หรือน้ำส้ม 4 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ฉีดพ่นอาทิตย์ละครั้ง (7 วันต่อครั้ง ในช่วงที่พืชโต ก็ผสมน้ำส้ม 1/2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร หรือน้ำส้ม 10 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ฉีดพ่นอาทิตย์ละครั้ง เพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืชทั้งหลายสำหรับการใช้ในครัวเรือน นำน้ำส้ม 5 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 1 ลิตร ฉีดพ่น หรือราดทั่วบริเวณที่มีปลวกและแมลงสาบ หรือผสมน้ำส้ม 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 1 ลิตร ผสมน้ำถูพื้นบ้านเพื่อป้องกันและขับไล่มด, สัตว์เลื้อยคลานในบ้าน กรณีห้องน้ำ, บริเวณบ้าน, กรงสัตว์เลี้ยงมีกลิ่นอับใช้น้ำส้ม 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตรผสมน้ำฉีดพ่น หรือราดบริเวณที่ต้องการดับกลิ่น?เป้าหมายของโรงเรียนชาวนา คือ เรื่องสุขภาพของชาวนาเป็นหลัก เมื่อสุขภาพของเขา ของครอบครัวดีขึ้น ตัวเขา ครอบครัวเขา ชุมชนเขาได้กินอาหารปลอดภัย ความสุขก็ตามมา ไฮไลต์อยู่ตรงนี้ เรื่องต่อมาคือการลดต้นทุนการผลิต มันมาในตัวของมันเอง สุดท้ายก็จะเป็นเรื่องหนี้สิน ก็จะลดลงเองโดยอัตโนมัติ เมื่อคนมีความสุข ปัญหาอย่างอื่นจะลดทีละอย่าง? ยุทธนา สรุปให้เห็นเป้าหมายที่ชัดเจนของโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์ที่เขาร่วมปลุกปั้นมากับมือรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เสียงเย้าแหย่ระหว่างสมาชิกโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์ขณะลงแขกถอนกล้าและดำนา ตลอดจนแววตาที่แน่วแน่ คำถามที่เซ็งแซ่ ขณะวิทยากรกำลังให้ความรู้เรื่องเตาอิวาเตะและน้ำส้มควันไม้ บอกได้อย่างเด่นชัด เกษตรกรที่นี่กำลังสร้างทุน เพื่อพลิกฟื้นชีวิตให้สู่ความเป็นไทอีกครั้ง และอย่างยั่งยืน……………………………………………………………………………………………..

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com

เครือข่าย”อินแปง” กับงาน”วิสาหกิจชุมชน”

Source – เว็บไซต์มติชน (Th)