Tag Archives: Kiln

เตาเผาถ่านกะลามะพร้าว

เตาเผาถ่าน รูปเตาเผาถ่านญี่ปุ่น ถ่านไม้หรือถ่านกะลามะพร้าวก็ได้ – carbonization kiln

เตาเผาถ่าน รูปเตาเผาถ่านญี่ปุ่น (Carbonization kiln for wood, coconut shell, biomass to charcoal)

เป็นแบบ Batch Operation เริ่มต้นด้วย Burner ใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิง หลังจากนั้นควันที่ออกมาจะสามารถเก็บน้ำส้มควันไม้และกำจัดควันได้ดี (แต่ไม่ทั้งหมด)

เป็นเตามือสองจากญี่ปุ่นครับ ใครสนใจก็ติดต่อมาสอบถามได้

ขนาดเตาโดยคร่าวๆ กว้างและสูงประมาณ 2.5 เมตร โดยตัวเตาด้านในสามารถยกได้โดยใช้เครน (เตาในมีขนาด 1.1 เมตร สูงประมาณ 1.3 เมตร)

www.thaisumi.com

เตาเผาถ่านกะลามะพร้าว
เตาเผาถ่านกะลา
เตาเผาถ่านไม้
เตาเผาถ่านไม้
กำจัดควัน
กำจัดควัน
เตา recovery ควันเผาถ่าน
เตา recovery ควันเผาถ่าน
รูป burner เตาเผาถ่าน
รูป burner เตาเผาถ่าน

 

Brick type kiln - Iwate

Kiln types for charcoal making

Kiln types for charcoal making

Normally there is no machine to make charcoal from wood. In Thailand, normally we are using batch process (brick-cement type kiln, which is constructed from only brick and cement or clay type, as you can see from the photo below).

Also, metal type kiln is also available and it is good for producing high quality charcoal (can withstand higher temperature, thus lower ash content and higher carbon content).

Brick type kiln - Iwate

 

Cement Type Kiln

 

 

เตาอิวาเตะ

แนวทางเกษตรอินทรีย์และน้ำส้มควันไม้ที่ได้จากการเผาถ่านอิวาเตะ

แนวทางเกษตรอินทรีย์และน้ำส้มควันไม้ที่ได้จากการเผาถ่านจากเตาอิวาเตะ
— บทความดีๆขอเอามาแชร์เพื่อเป็นความรู้ครับ —
แนวคิดของการจัดตั้งโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์ ก็เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในการปฏิบัติจริงในแปลงนาตลอดฤดูการผลิต เป็นการทำแปลงนาในระบบวิจัย มีการแลกเปลี่ยนเพื่อหาความรู้ในการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพราะถึงแม้เกษตรในเครือข่ายจะปรับเปลี่ยนจากการใช้สารเคมีมาใช้ปุ๋ยชีวภาพแทน แต่พวกเขายังขาดความมั่นในในการผลิต ดังนั้น การทำโครงการนี้จะทำให้เกษตรกรได้ความรู้อย่างถูกต้องในการผลิตข้าวไร้สารพิษ?ก่อนจะทำโรงเรียนชาวนาได้ จะต้องอบรมแกนนำก่อนว่า แกนนำมีบทบาทอะไร มีหน้าที่อะไร ต้องคุยกับชาวบ้าน กระตุ้นชาวบ้านอย่างไร ผมพยายามกระจายความรู้ แนวคิดของชาวบ้านไปสู่ชุมชน เพราะเราได้แกนนำชาวบ้านมาประมาณ 80 คน เราต้องทำอะไรให้ได้เพิ่มขึ้น ให้ทุกคนมาเรียนรู้ร่วมกัน ที่สำคัญต้องเหมาะสมกับพวกเขา ก็ให้แกนนำแต่ละคนไปเริ่มต้นที่ที่ตั้งของตัวเอง ไปคุยไปตกลงกันเองว่า โรงเรียนชาวนาของพวกเขาจะเป็นอย่างไร ให้พวกเขาคิดกันเอง แรกๆ เราจะเหนื่อยหน่อย เพราะต้องไปทุกจุด ไปให้แนวคิด ไปร่วมทำกับเขา?ด้วยโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์แต่ละแห่ง ตั้งกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ จึงมีแนวคิดของการสร้างความเชื่อมโยงด้วยการทำ ‘แปลงนารวม’ เพื่อเป็นเวทีเรียนรู้ร่วมกันในเรื่องของการปรับปรุงพันธุ์ การประชาสัมพันธ์ผลงานกลุ่ม ทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพแกนนำไปในตัวโรงเรียนชาวนาแต่ละแห่ง เจ้าของแปลงนา ก็คือ ครูใหญ่ไปโดยปริยาย นักเรียน ก็คือ ชาวนาที่ทำนาอยู่รอบๆ โรงเรียนชาวนานั้นๆ ขณะที่แปลงนาทำหน้าที่เป็น ‘ตำรา’ รวมถึงเป็นพื้นที่ ‘ท้าพิสูจน์’ ด้วย โดยใช้เวทีพบปะพูดคุยซึ่งกำหนดไว้ 7 เวที เป็นเวทีสรุปผล?ให้ท้าพิสูจน์เปรียบเทียบกับแปลงนาที่ใช้ปุ๋ยเคมี โดยแปลงของเราใช้ปุ๋ยชีวภาพที่ผลิตกันเอง แล้วทำการเก็บตัวเลข โดยเวทีแรกตั้งแต่วันประชุมว่า จะปักดำวันไหน ปักดำนาต้องใช้ต้นกล้ากี่ต้น ระยะห่างเท่าไหร่ ให้เขาคุยกันเอง เวทีที่สองเขาจะต้องเตรียมอุปกรณ์ เช่น ปุ๋ย คน แล้วก็ทำแปลงเพาะกล้า เวทีที่สาม คือ ปักดำ เวทีที่สี่ คือ ช่วงข้าวแตกกอ เวทีที่ห้า ข้าวกำลังตั้งท้อง เวทีที่หกเป็นช่วงเก็บเกี่ยว เวทีที่เจ็ดเขาต้องเอาข้อมูลทั้งหมดมาสรุปเป็น 7 เวทีด้วยกัน?นี่คือ 7 เวทีของการทำงานวิจัยชาวบ้าน เป็นเวทีของการสร้างองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ที่สำคัญเป็นเวทีที่ฟื้นวัฒนธรรมเก่าๆ ของชุมชนขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งประเพณีการลงแขกถอนกล้า ดำนา และเกี่ยวข้าว?วันนี้ผมได้ยินเด็กคนหนึ่งพูดว่า พ่อแม่ผมทำนา แต่ผมไม่เคยทำนา วันนี้ผมได้ทำเป็นวันแรก การดึงเด็กให้เข้ามามีส่วนร่วมในโรงเรียนชาวนานั้น ผมอยากให้เด็กสมัยใหม่เข้าใจว่า กว่าจะได้ข้าวสักเม็ดมันเหนื่อยขนาดไหน เด็กบางคนไม่รู้จักต้นข้าว แต่กินข้าวทุกวัน มันไม่ใช่แล้ว ในฐานะที่เราเป็นเมืองเกษตร จะเป็นครัวของโลก เด็กไทยต้องรู้รายละเอียดให้มากกว่านี้?ยุทธนา ตั้งความหวังไว้อีกว่า การร่วมกิจกรรมแบบนี้ จะทำให้เด็กในโรงเรียน หรือเด็กที่กำลังโต ได้มีโอกาสเห็นว่าระบบเกษตรอินทรีย์เป็นอีกทางเลือกของการประกอบอาชีพได้ แล้วเขาจะไม่ละทิ้งอาชีพนี้ ไม่หนีห่างครอบครัวและชุมชนเหมือนที่เป็นเช่นปัจจุบันรวมพลังคนเอาถ่านหนึ่งในข้อแม้ของการทำโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์ ก็คือ ทุกโรงเรียนต้องไปทำ ‘เตาอิวาเตะ’ ของตัวเอง เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้เรียนรู้เรื่องพลังงานยั่งยืน เรื่องการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม การใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เหลือ?คุณอยากรู้เรื่องอะไร ผมเอาอาจารย์มาบอกวิธีทำให้คุณแล้ว ตอนเขาไปทำมันอาจจะไม่เหมือนต้นแบบ แต่เขาได้แนวคิด ได้วิธีการ ส่วนจะได้ออกมาอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาเอง?เตาเผาถ่านอิวาเตะ เป็นเตาเผาถ่านที่มีประสิทธิภาพสูง รูปทรงของเตาคล้ายๆ หยดน้ำ ด้วยรูปทรงและสัดส่วนที่เหมาะสม ส่งผลให้เวลาเผาถ่าน จะมีความร้อนและการไหลเวียนของอากาศภายในเตาสม่ำเสมอเตาอิวาเตะจัดอยู่ในประเภทเตาดินเหนียวเผา สร้างได้โดยใช้วัตถุดิบราคาถูกในท้องถิ่นแต่ได้ถ่านคุณภาพสูง

เตาอิวาเตะ

ต้นแบบของเตามาจากเมืองอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นเตาดั้งเดิมที่สุดแบบหนึ่ง เตาแบบนี้มีโครงสร้างถาวร และมีข้อได้เปรียบในเรื่องของการป้องกันและควบคุมกระบวนการคาร์บอนไนเซชันได้มากกว่า การผลิตในแต่ละครั้งจะได้ถ่านประมาณ 15 – 20 กระสอบป่าน และได้น้ำส้มควันไม้ประมาณ 120 – 180 ลิตร ต่อการเผา 1 ครั้งผลผลิตจากกระบวนการผลิตถ่านเมื่อไม้สลายตัวด้วยความร้อน จะให้ผลผลิตดังนี้ ถ่านไม้ ประมาณ 25%, ของเหลวที่กลั่นตัวได้ (Distilled Liquids) ประมาณ 50% และแก๊สที่กลั่นตัวไม่ได้ (Undistilled Gas) ประมาณ 25%น้ำส้มควันไม้ : คุณค่าจากธรรมชาติน้ำส้มควันไม้ (Wood Vinegar) เป็นของเหลวสีน้ำตาลใสที่ได้มาจากการควบแน่นของควันที่เกิดจากการเผาถ่าน ซึ่งจะเก็บในช่วงอุณหภูมิปล่องควันอยู่ระหว่าง 80-150 องศาเซลเซียส จากนั้นนำมาเก็บไว้ในภาชนะพลาสติก ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 3 เดือน เพื่อให้สารที่เป็นน้ำมันดินตกตะกอน เมื่อนำไปผ่านกระบวนการกรอง จะได้น้ำส้มควันไม้ที่มีคุณภาพ โดยมีคุณสมบัติเป็นสารประกอบที่มีฤทธิ์เป็นกรด และประกอบด้วยสารที่มีประโยชน์หลายชนิด น้ำส้มควันไม้จึงสามารถใช้ได้ทั้งการเป็นสารกำจัดศัตรูพืชในแปลงนา และกำจัดแมลงในครัวเรือนด้านเกษตร (ไม่เหมาะกับดินเปรี้ยว) ใช้กำจัดเชื้อราและไส้เดือนฝอยในดิน (ช่วงเตรียมแปลงเพาะปลูก) โดยใช้นำส้มควันไม้ 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร หรือน้ำส้ม 20 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ปี๊บผสมน้ำฉีดพ่นทิ้งไว้ก่อนลงกล้าอย่างน้อย 15 วันกรณีต้องการเร่งใบ หรือใช้ป้องกันศัตรูพืชและแมลงทุกชนิด (ช่วงที่เป็นต้นกล้า) ก็ผสมน้ำส้ม 1/5 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร หรือน้ำส้ม 4 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ฉีดพ่นอาทิตย์ละครั้ง (7 วันต่อครั้ง ในช่วงที่พืชโต ก็ผสมน้ำส้ม 1/2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร หรือน้ำส้ม 10 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ฉีดพ่นอาทิตย์ละครั้ง เพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืชทั้งหลายสำหรับการใช้ในครัวเรือน นำน้ำส้ม 5 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 1 ลิตร ฉีดพ่น หรือราดทั่วบริเวณที่มีปลวกและแมลงสาบ หรือผสมน้ำส้ม 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 1 ลิตร ผสมน้ำถูพื้นบ้านเพื่อป้องกันและขับไล่มด, สัตว์เลื้อยคลานในบ้าน กรณีห้องน้ำ, บริเวณบ้าน, กรงสัตว์เลี้ยงมีกลิ่นอับใช้น้ำส้ม 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตรผสมน้ำฉีดพ่น หรือราดบริเวณที่ต้องการดับกลิ่น?เป้าหมายของโรงเรียนชาวนา คือ เรื่องสุขภาพของชาวนาเป็นหลัก เมื่อสุขภาพของเขา ของครอบครัวดีขึ้น ตัวเขา ครอบครัวเขา ชุมชนเขาได้กินอาหารปลอดภัย ความสุขก็ตามมา ไฮไลต์อยู่ตรงนี้ เรื่องต่อมาคือการลดต้นทุนการผลิต มันมาในตัวของมันเอง สุดท้ายก็จะเป็นเรื่องหนี้สิน ก็จะลดลงเองโดยอัตโนมัติ เมื่อคนมีความสุข ปัญหาอย่างอื่นจะลดทีละอย่าง? ยุทธนา สรุปให้เห็นเป้าหมายที่ชัดเจนของโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์ที่เขาร่วมปลุกปั้นมากับมือรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เสียงเย้าแหย่ระหว่างสมาชิกโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์ขณะลงแขกถอนกล้าและดำนา ตลอดจนแววตาที่แน่วแน่ คำถามที่เซ็งแซ่ ขณะวิทยากรกำลังให้ความรู้เรื่องเตาอิวาเตะและน้ำส้มควันไม้ บอกได้อย่างเด่นชัด เกษตรกรที่นี่กำลังสร้างทุน เพื่อพลิกฟื้นชีวิตให้สู่ความเป็นไทอีกครั้ง และอย่างยั่งยืน……………………………………………………………………………………………..

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com

เครือข่าย”อินแปง” กับงาน”วิสาหกิจชุมชน”

Source – เว็บไซต์มติชน (Th)

 

 

 

 

 

Wood Waste to make charcoal briquette

We work with government Wasteplex reduction planning to reduce wooden waste.

We would like to?convert wooden pallets &? wooden waste of construction to sawdust log.

We need? a cartbonization production line to??convert sawdust log? to be charcoal briquette.

Our targeted daily productivity is 300-500 tones per day.

we have some questions:

1) How many msq should be resevered for production line?

2) How many technician can come to assist the development of production line and operation?

3) Maintenance period?

?

Looking forward to hearing from u soonest!

Charcoal Briquette 1

—– Answer —–

Concerning your raw materials (wooden pallets, wooden wastes), the most difficult part would be carbonization of material (either you make briquette then carbonize it or carbonize materials first before making into briquette).In our case (in Thailand), we normally carbonize the wooden wastes into charcoal before using it directly or making into pellet for better usage (we call cold process). However, before we do so (carbonize those wooden materials), we need to remove nails and other metal. Then the wood materials will be converted into charcoal by conventional kilns (because lowest cost, fair quality charcoal, low maintenance cost of kilns, easy construction, etc). Conventional kilns are either brick type kilns or brick-clay type kilns (we have also metal kilns but not much used due to high corrosion of steel kilns resulted from wood vinegar generated during carbonization process).Also, the reason why we carbonize wooden wastes prior to making into briquette is that we can reduce the amount (weight) of wastes after carbonization to less than 30-35%. Then the handling will become easier and less amount. The power required to make charcoal chunk into briquette is much less than making wooden wastes into sawdust and then making into briquette and carbonize it later. The total cost of charcoal briquette making can be 10 times or more different from making them into sawdust first. FYI, machine size for making 150-200 kg/hr in charcoal case is 10 HP, comparing to sawdust case is 40 HP with heater. Maximum temperature (excluding carbonization) in case of sawdust is about 250-270 degree Celsius (we call hot process), compared with 60-70 degree Celsius in case of making into charcoal first.

The sawdust case also requires dryer, shredder, and other related machines too at the original amount capacity (compared with weight reduction about 1/3 in case of making into charcoal first). You can imagine how complicated and difficult between these 2 processes.

Actually we own both factories (maximum of about 600 kg/hr briquetting machine). The maximum capacity in the video file you mentioned in your first e-mail is about 1,500 kg/hr.

Please refer to attached production scheme between these 2 processes.

That is why we need to understand your raw materials.

Please give us comments and we will get back to you asap.

cement kiln thai sumi photo
cement kiln thai sumi photo picture

——-

http://www.thaisumi.com